เส้นทางสู่เวิร์ลคัพ 2018

ดูอัตราต่อรองและวิเคราะห์บอลโลกรอบชิงแชมป์

 

 

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละครั้งก็มักจะมีทีมฟุตบอลต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาแข่งขันอยู่เสมอๆ และในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ก็เช่นกัน ซึ่งมีรายชื่อ 32 ทีมสุดท้าย ดังต่อไปนี้

 

ในบางครั้งจากการแข่งขันที่ขับเคี่ยวและดุเดือดแบบนี้ก็ทำให้ทีมๆเก่งหลายทีมตกรอบไปก่อนที่จะได้เข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายอยู่เสมอ ซึ่งในศึกเวิร์ลคัพ 2018 นี้เราจะได้เห็นหน้าตาของทีมที่ได้ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายทั้ง 32 ทีมกันแล้ว โดยแต่ละทีมจะมีเส้นทางที่ฝ่าฟันมาถึงรอบสุดท้ายนี้อย่างไรบ้างและมีเรื่องราวที่น่าสนใจในทีมเหล่านั้นอย่างไรบ้าง ไปชมกันได้ในบทความนี้เลย

ทีมชาติเยอรมัน

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

เยอรมันถือว่าเป็นทีมที่เป็นตัวเต็งในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ทีมนี้ได้รับการยอมรับและถูกมองว่าเป็นตัวเต็งนั้น นอกจากเรื่องอันดับที่จัดโดยฟีฟ่าซึ่งเยอรมันเข้าวินมาเป็นอันดับที่หนึ่งแล้วนั้น ในรอบคัดเลือกเองเยอรมันก็สามารถโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดี โดยในรอบคัดเลือกโซนยุโรป เยอรมันอยู่ในกลุ่มซีที่ประกอบไปด้วยทีมต่างๆ 6 ทีม ได้แก่ เยอรมัน ไอร์แลนด์เหนือ เช็กเกีย นอร์เวย์ อาเซอร์ไบจาน และซานมารีโน ซึ่งผู้ชนะที่มีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 1 เท่านั้นที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมที่เข้าวินมาเป็นอันดับที่สองต้องไปแข่งต่อในรอบที่สอง และเยอรมันเองก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังด้วยการลงเล่น 10 นัด เยอรมันได้ชัยมาทั้งหมด 10 นัดที่ลงทำการแข่งขัน และมีผลต่างประตูได้เสียที่สูงถึง 39 ลูก โดยทั้ง 10 นัดนั้นเยอรมันเสียไปเพียง 4 ประตู และยิงได้ทั้งหมด 43 ประตู นับว่าเป็นทีมที่มีผลการแข่งขันในรอบคัดเลือกดีที่สุด และทำให้เยอรมันลอยลำเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยการเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งนั่นเอง

โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจากเยอรมันอยู่ในโถใบที่หนึ่ง ทำให้ทีมที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เจออย่างแน่นอนในรอบแรกนี้ประกอบไปด้วย รัสเซีย บราซิล โปรตุเกส อาร์เจนตินา เบลเยียม โปแลนด์ และฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในโถใบเดียวกัน

 

ทีมชาติบราซิล

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

หากจะพูดถึงทีมสุดเก๋าในศึกฟุตบอลโลกนั้น บราซิลถือได้ว่าเป็นทีมที่มีคุณสมบัตินี้อยู่อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยจำนวนการเข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่สูงที่สุดถึง 20 ครั้ง ทำให้ไม่ว่าจะเป็นศึกฟุตบอลโลกในครั้งไหนๆเราก็จะได้เห็นทีมชาติบราซิลอยู่เสมอ โดยเส้นทางการเข้าสู่รอบสุดท้ายในปีนี้ของบราซิลก็มาจากการเป็นแชมป์โซนอเมริกาใต้ที่เป็นสายการแข่งขันซึ่งรวมเอาทีมทั้งหมดไว้ 10 ทีม ประกอบด้วย บราซิล อุรุกวัย อาร์เจนตินา โคลอมเบีย เปรู ชิลี ปารากวัย เอกวาดอร์ โบลิเวีย และเวเนซุเอลา ซึ่งบราซิลสามารถทะยานขึ้งสู่อันดับที่ 1 ได้ด้วยผลงานการเล่น 18 นัด ชนะ 12 นัดเสมอ 5 นัด และแพ้เพียง 1 นัด ซึ่งนัดที่พวกเขาแพ้นั้นก็เป็นนัดประเดิมสนามในรอบคัดเลือกนี้เป็นครั้งแรก ด้วยการแพ้ชิลี 2 ประตูต่อ 0 โดยหลังจากที่พวกเขาแพ้ในนัดแรกนี้ไปแล้ว บราซิลก็ไม่เคยแพ้ใครอีกเลยส่งผลให้พวกเขาเข้าวินมาได้ด้วยผลต่างประตูได้เสีย 30 ลูก จากการยิงไปทั้งหมด 41 ลูก และเสียไปเพียง 11 ลูกเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็เป็นที่น่าเสียดายว่านักเตะจากบราซิลไม่สามารถขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวได้ในรอบแบ่งกลุ่มนี้ เพราะนักเตะชื่อก้องโลกอย่างเนย์มาร์ยิงไปได้เพียง 6 ประตูเท่านั้น ตามหลังดาวซัลโวในรอบนี้อย่างคาวานี่ยอดดาวยิงเพื่อนรวมสโมสรจากทีมชาติอุรุกวัยที่ยิงไปถึง 10 ประตู

            โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจากบราซิลอยู่ในโถใบแรก ทำให้ในรอบแรกพวกเขาไม่มีโอกาสได้เจอกับทีมในโถใบเดียวกันอย่าง รัสเซีย เยอรมัน โปรตุเกส อาร์เจนตินา เบลเยียม โปแลนด์ และฝรั่งเศสอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ในรอบแรกบราซิลก็หมดสิทธิ์ที่จะอยู่ร่วมกลุ่มกับอุรุกวัยและโคลอมเบียเนื่องจากเป็นทีมในโซนเดียวกันนั่นเอง

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติบราซิล คลิกที่นี่

 

ทีมชาติโปรตุเกส

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าแชมป์ฟุตบอลยูโรครั้งล่าสุดเมื่อปี 2016 ต้องอดไปโลดแล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในครั้งนี้ ซึ่งโปรตุเกสเองไม่ทำให้พวกเราเหล่าแฟนบอลต้องผิดหวัง เพราะโปรตุเกสสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกไปได้อย่างไม่ยากนักด้วยการขึ้นเป็นแชมป์โซนยุโรปกลุ่มบีที่ประกอบไปด้วยยอดทีมดังทั้ง 6 ทีมอย่าง โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ ฮังการี หมู่เกาะแฟโร ลัตเวีย และอันดอร์รา ซึ่งโปรตุเกสสามารถเก็บชัยชนะไปได้ทั้งหมด 9 นัดจากการลงเล่น 10 นัด และแพ้เพียง 1 นัดเท่านั้น โดยในนัดที่โปรตุเกสปราชัยนั้นก็เป็นนัดแรกที่พวกเขาลงแข่งขันในศึกนี้ด้วยการบุกไปแพ้สวิตเซอร์แลนด์ 2 ประตูต่อ 0 ซึ่งหลังจากนั้นในนัดสุดท้ายพวกเขาก็สามารถแก้คืนสวิตเซอร์แลนด์คืนได้ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ไป 2 ประตูต่อ 0 เช่นเดียวกัน โดยจากการแข่งขันที่ 10 นัดในรอบคัดเลือกนั้นโปรตุเกสเสียประตูไปเพียง 4 ประตู และสามารถยิงได้ทั้งหมด 32 ประตู โดยเกือบครึ่งหนึ่งนั้นก็เป็นฝีมือของคริสเตียโน โรนัลโด ที่ยิงไปถึง 15 ประตู และคว้าตำแหน่งดาวซัลโวในรอบนี้มาอย่างง่ายดาย ทิ้งเพื่อนรวมชาติอย่างอังเดร ซิลวา ที่ตามหลังมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยประตูที่ยิงไป 9 ประตู นับได้ว่าทีมชาติโปรตุเกสในตอนนี้เป็นทีมที่มีความดุดันในเรื่องของเกมรุกเป็นอย่างมากและคงทำให้หลายๆทีมในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้หวาดกลัวกันไม่น้อยเลย

            โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจากโปรตุเกสอยู่ในโถใบที่หนึ่ง ทำให้ทีมที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เจออย่างแน่นอนในรอบแรกนี้ประกอบไปด้วย รัสเซีย บราซิล เยอรมัน อาร์เจนตินา เบลเยียม โปแลนด์ และฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในโถใบเดียวกัน

ทีมชาติโปรตุเกส ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย 

 

ทีมชาติอาร์เจนตินา

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

อาร์เจนติน่าแม้จะถูกจัดเป็นทีมอันดับที่สี่ในฟีฟ่าแรงกิ้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา แต่เส้นทางการเข้ามาเล่นศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของพวกเขากลับไม่สวยหรูนัก เพราะอาร์เจนตินาที่ถูกคาดหวังให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งของรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ที่น่าจะขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่มกับบราซิลกลับทำผลงานได้เพียงการจบที่อันดับสามแบบที่ทำให้แฟนบอลต้องลุ้นกันจนหืดขึ้นคอ โดยในกลุ่มโซนอเมริกาใต้ที่ประกอบไปด้วยทีมทั้ง 10 อย่าง บราซิล อุรุกวัย อาร์เจนตินา โคลอมเบีย เปรู ชิลี ปารากวัย เอกวาดอร์ โบลิเวีย และเวเนซุเอลา ทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ลงเล่นไปทั้งสิ้น 18 นัด กลับทำได้แค่ชนะเพียง 7 นัด เสมอ 7 นัด และแพ้อีก 4 นัด มีผลต่างประตูได้เสียเพียง 3 ประตู โดยยิงไปทั้งสิ้น 19 ประตู และเสียถึง 16 ประตู ซึ่งในช่วงสองนัดสุดท้ายของการแข่งขันนั้นอาร์เจนตินาก็มีเรื่องให้แฟนๆได้ลุ้นแทบใจหายใจคว่ำ เพราะในนัดที่ 17 อาร์เจนตินาทำผลงานได้เพียงแค่เปิดบ้านเสมอกับเปรู ทำให้ในนัดสุดท้ายหรือนัดที่ 18 พวกเขาต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้นเพื่อคว้าตั๋วในการเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และก็เป็นเลโอเนล เมสซี่ ที่ไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง เพราะในนัดสุดท้ายมนุษย์ต่างดาวผู้นี้ได้ซัดไปถึง 3 ประตูตอกย้ำชัยชนะในการแข่งขันครั้งสุดท้ายของรอบคัดเลือก โดยเป็น อาร์เจนตินาที่ปุกไปเอาชนะเอกวาดอร์ถึง 3 ประตูต่อ 1 เรียกได้ว่าถ้าทีมฟ้าขาวยังมีฟอร์มเช่นนี้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกล่ะก็ พวกเขาอาจจะต้องกลับบ้านไวก็ที่คิดไว้ก็ได้

โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจากอาร์เจนตินาอยู่ในโถใบแรก ทำให้ในรอบแรกพวกเขาไม่มีโอกาสได้เจอกับทีมในโถใบเดียวกันอย่าง รัสเซีย เยอรมัน โปรตุเกส บราซิล เบลเยียม โปแลนด์ และฝรั่งเศสอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ในรอบแรกอาร์เจนตินาก็หมดสิทธิ์ที่จะอยู่ร่วมกลุ่มกับอุรุกวัยและโคลอมเบียแม้จะอยู่คนละโถ เนื่องจากเป็นทีมในโซนเดียวกันนั่นเอง

ทีมชาติอาร์เจนตินา ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย 

 

ทีมชาติเบลเยียม

อัพเดทสถานะ : อันดับที่ 3

อีกหนึ่งทีมที่เคยเป็นม้ามืดในการแข่งขันฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโรครั้งที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ความแข็งแกร่งของเบลเยียมก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวด้วยการผนึกกำลังความแข็งแกร่งของยอดนักเตะทั้งสองอย่างเอเด็น อาซาร์ และโรเมลู ลูคาคู โดยจากความแข็งแกร่งในปีนี้ของเบลเยี่ยมทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มเอชโซนยุโรปที่ประกอบไปด้วย 6 ทีมอันได้แก่ เบลเยียม กรีซ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เอสโตเนีย ไซปรัส และยิบรอลตาร์ โดยเบลเยียมก็มีผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ชื่อ เพราะพวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้ทั้งสิ้น 9 นัดจากการลงเล่น 10 นัด และไม่แพ้ใครเลยเนื่องจากผลเสมออีก 1 นัด ที่พวกเขาพลาดท่าไปเสมอกับกรีซในบ้านของตัวเอง 1 ประตูต่อ 1 ซึ่งในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้เราอาจจะได้เห็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจจากการลงเล่นของคู่พี่น้องเอเด็นและตอร์กาน อาซาร์ เพราะในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาเอเด็น อาซาร์คนพี่ได้ยิงไปทั้งสิ้น 6 ประตู และตอร์กาน อาซาร์คนน้องได้ยิงไปอีก 1 ประตู ทำให้หากพวกเขาทั้งสองได้ลงเล่นพร้อมๆกันในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียก็คงจะเป็นภาพที่น่าดูไม่น้อยเลย

โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจากเบลเยี่ยมอยู่ในโถใบที่หนึ่ง ทำให้ทีมที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เจออย่างแน่นอนในรอบแรกนี้ประกอบไปด้วย รัสเซีย บราซิล เยอรมัน อาร์เจนตินา โปรตุเกส โปแลนด์ และฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในโถใบเดียวกัน

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติเบลเยี่ยม คลิกที่นี่

 

ทีมชาติฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสนับว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่วนเวียนเข้ามาแข่งขันในศึกฟุตบอลระดับชาติอยู่เนืองๆ และในครั้งนี้ฝรั่งเศสเองก็ได้ตบเท้าเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้เช่นกัน ด้วยผลงานการเป็นแชมป์กลุ่มเอโซนยุโรปที่ประกอบไปด้วยทีมดังต่างๆมากมาย ได้แก่ ฝรั่งเศส สวีเดน เนเธอร์แลนด์ บัลแกเรีย ลักเซมเบิร์ก และเบลารุส ซึ่งจากผลการแข่งขันทั้ง 10 นัดนั้น ฝรั่งเศสสามารถคว้าชัยไปได้ถึง 7 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้เพียง 1 นัด โดยนัดที่พวกเขาแพ้นั้นก็เป็นการบุกไปแพ้สวีเดนในบ้าน 2 ประตูต่อ 1 ทำให้ผลต่างประตูได้เสียที่พวกเขาทำได้มีถึง 12 ประตู จากการยิงไปทั้ง 18 ประตู และเสียเพียง 6 ประตู ซึ่งความแข็งแกร่งของฝรั่งเศสในปีนี้อาจจะไม่ได้มาจากผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งและความเข้าขากันโดยรวมของทีม โดยเราจะสังเกตได้จากจำนวนประตูที่ฝรั่งเศสทำได้ทั้ง 18 ประตู ที่เป็นการแบ่งกันยิงคนละเล็กคนละน้อยของคนภายในทีม ทำให้ฝรั่งเศสเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองในเรื่องทีมเวิร์คเป็นอย่างยิ่ง และมันคงส่งผลให้ทีมๆนี้ลอยลำเข้าไปรอบลึกๆของฟุตบอลโลกได้อย่างไม่ยากนัก

โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจากฝรั่งเศสอยู่ในโถใบที่หนึ่ง ทำให้ทีมที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เจออย่างแน่นอนในรอบแรกนี้ประกอบไปด้วย รัสเซีย บราซิล เยอรมัน อาร์เจนตินา เบลเยียม โปแลนด์ และโปรตุเกสซึ่งอยู่ในโถใบเดียวกัน

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติฝรั่งเศส คลิกที่นี่

 

ทีมชาติสเปน

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ถ้าจะพูดถึงทีมชาติที่ได้รับความนิยมขึ้นมาในช่วงหลังมานี้ โดยเฉพาะหลังจากยุคปี 2000 ขึ้นมา ทีมชาติสเปนคงจะนับได้ว่าเป็นทีมชาติที่มีคุณสมบัตินี้เต็มเปี่ยม เพราะในช่วงที่ผ่านมาไปกี่ปีนี้ทีมชาติสเปนได้ก้าวขึ้นมาสู่ยุคเฟื่องฟูของการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรในครั้งที่ผ่านๆมา สเปนก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งของการแข่งขันในครั้งนั้นๆอยู่เสมอ ซึ่งในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่จะถึงนี้ แม้ว่าสเปนจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มจีในโซนยุโรปที่ประกอบไปด้วยทีมทั้ง 6 อย่าง สเปน อิตาลี แอลเบเนีย อิสราเอล มาซิโดเนีย และลิกเตนสไตน์ โดยสเปนสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 9 นัด จากการแข่งขัน 10 นัด และเสมอเพียง 1 นัดเท่านั้น แต่สเปนในปีนี้กลับได้รับการจัดอันดับโดยฟีฟ่าแรงกิ้งไว้ที่อันดับที่ 8 ทำให้พวกเขาต้องตกไปอยู่ในโถใบที่สองของการจับฉลากแบ่งกลุ่ม และทำให้ในรอบแรกของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้สเปนอาจจะต้องเจอศึกหนักตั้งแต่รอบแรกด้วยทีมสุดแกร่งจากโถใบที่หนึ่งเลย ซึ่งด้วยสายเลือดใหม่ของนักฟุตบอลสเปนที่เปลี่ยนแปลงไปจากฟุตบอลโลกในครั้งที่ผ่านมาก็อาจจะทำให้ทีมๆนี้มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปมาให้เราได้ประหลาดใจกันอย่างแน่นอน

โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 ด้วยความที่สเปนตกลงมาอยู่ในโถใบที่สอง ทำให้พวกเขามีโอกาสเจอกับ 7 ทีมใหญ่จากโถใบที่หนึ่งทั้งหมดแม้จะมาจากโซนเดียวกันก็ตาม ซึ่งทีมที่พวกเขาไม่ต้องพบในรอบแรกอย่างแน่นอนก็ประกอบไปด้วย เปรู สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ โคลอมเบีย เม็กซิโก อุรุกวัย และโครเอเชีย ที่เป็นทีมในโถใบเดียวกัน

ทีมชาติสเปน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

ทีมชาติอังกฤษ

อัพเดทสถานะ : อันดับที่ 4

แม้อังกฤษจะเป็นทีมที่รวมเอาเหล่าสตาร์ดังของวงการฟุตบอลไว้มากมายและยังเป็นหนึ่งในทีมที่มีคนตามเชียร์มากที่สุดในโลก แต่ผลงานที่ผ่านมาในศึกฟุตบอลระดับชาติหลายๆครั้งนั้นอังกฤษก็เป็นหนึ่งในทีมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งต่างจากครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะอังกฤษสามารถลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างการเป็นแชมป์กลุ่มเอฟในโซนยุโรปที่ประกอบไปด้วย อังกฤษ สโลวาเกีย สกอตแลนด์ สโลวีเนีย ลิทัวเนีย และมอลตา จากผลงานการแข่งขันทั้งหมด 10 นัด อังกฤษสามารถคว้าชัยไปได้ถึง 8 นัด และเสมออีก 2 นัด ทำให้อังกฤษเป็นอีกหนึ่งทีมที่ได้ตั๋วผ่านเข้าสู่บอลโลกรอบสุดท้ายด้วยการไม่แพ้ใครเลย แต่ถึงกระนั้นจากความแข่งแกร่งโดยรวมของทีมอังกฤษก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาไปอยู่ในโถใบแรกทำให้ในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกพวกเขามีโอกาสเจอทีมใหญ่ๆทั้ง 7 ทีมจากโถใบแรกเป็นอย่างมากและคงเป็นการแข่งขันที่ผู้ชมเฝ้ารอดู

โดยในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก 2018 ด้วยความที่อังกฤษตกลงมาอยู่ในโถใบที่สอง ทำให้พวกเขามีโอกาสเจอกับ 7 ทีมใหญ่จากโถใบที่หนึ่งทั้งหมดแม้จะมาจากโซนเดียวกันก็ตาม ซึ่งทีมที่พวกเขาไม่ต้องพบเจออย่างแน่นอนในการแบ่งกลุ่มรอบแรกก็ประกอบไปด้วยทั้ง 7 ทีมจากโถใบเดียวกันอย่าง สเปน เปรู สวิตเซอร์แลนด์ โคลอมเบีย เม็กซิโก อุรุกวัย และโครเอเชีย

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติอังกฤษ คลิกที่นี่

 

ทีมชาติโปแลนด์

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

โปแลนด์จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทีมม้ามืดในการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยความเก่งของทีมที่มีอยู่พอตัวพร้อมด้วยการจับสายในรอบคัดเลือกที่จัดได้ว่าโปแลนด์โชคดีเป็นอย่างมากเพราะในกลุ่มอีโซนยุโรปที่โปแลนด์สามารถคว้าแชมป์กลุ่มมาได้ประกอบไปด้วยทีมอย่าง โปแลนด์ เดนมาร์ก มอนเตเนโกร โรมาเนีย อาร์มิเนีย คาซัคสถาน ทำให้โปแลนด์สามารถผ่านไปเล่นรอบสุดท้ายด้วยผลชนะ 8 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้อีก 1 นัด

 

 

ทีมชาติเปรู

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

เส้นทางสู่บอลโลกของเปรูอาจจะไม่ได้สวยหรูเหมือนหลายๆทีมดังข้างต้นนัก เพราะในรอบคัดเลือกเปรูจบด้วยอันดับที่ 5 ในโซนอเมริกาใต้ ทำให้เปรูต้องไปแข่งต่อในรอบเพลย์ออฟกับทีมจากทวีปอื่นๆ ซึ่งในรอบเพลย์ออฟ โอเอฟซี – คอนเมบอล เปรูก็สามารถคว้าตั๋วหนึ่งในสองใบเพื่อเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ในที่สุด

 

 

ทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ในรอบคัดเลือก สวิสเซอ์แลนด์ได้อยู่ในกลุ่มบี โซนยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับทีมดังอย่างโปรตุเกส ทำให้พวกเขาทำได้เพียงจบที่อันดับ 2 ของกลุ่ม และต้องเข้าไปเล่นในรอบที่ 2 เพื่อชิงตั๋วเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายต่อไป และในรอบที่ 2 นี้ สวิสเซอร์แลนด์ก็สามารถเอาไอร์แลนด์เหนือไปด้วยผลประตูรวม 1 ประตูต่อ 0 และสามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ คลิกที่นี่

 

ทีมชาติโคลอมเบีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 จากการที่โซนอเมริกาใต้มีเพียงแค่กลุ่มเดียวเท่านั้นทำให้จากทั้ง 10 ทีมในกลุ่มนี้มีเพียงแค่ 4 ทีมที่มีผลการแข่งขันที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะผ่านเข้าไปเล่นในบอลโลกรอบสุดท้ายได้ และโคลอมเบียเองก็สามารถจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 4 ได้ ทำให้พวกเขาสามารถผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายได้อย่างไม่ยากนัก

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติโคลอมเบีย คลิกที่นี่

 

ทีมชาติเม็กซิโก

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เม็กซิโกเป็นอีกหนึ่งทีมที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้อย่างไม่ยากนัก เพราะในโซนอเมริกาเหนือ เม็กซิโกสามารถทำผลงานได้เป็นอันดับที่ 1 ด้วยผลการแข่งขันชนะ 6 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 นัด ทำให้เม็กซิโกสามารถลอยลำเข้าสู่บอลโลก 2018 ไปได้

 

 

ทีมชาติอุรุกวัย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 อุรุกวัยก็เป็นอีกหนึ่งในทีมจากโซนอเมริกาใต้ที่ทีมที่มีผลงานดีที่สุด 4 อันดับสามารถผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ทันที ซึ่งอุรุกวัยก็สามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยจบที่อันดับ 2 ของกลุ่ม และตบเท้าเข้ามาชิงชัยในศึกฟุตบอลโลกได้อย่างไม่ยากนัก

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติอุรักวัย คลิกที่นี่

 

 

ทีมชาติโครเอเชีย

แม้ในรอบคัดเลือก กลุ่มไอโซนยุโรปจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งไม่มากนัก แต่โครเอเชียก็ยังไม่สามารถเบียดแย่งชิงอันดับที่ 1 มาจากไอซ์แลนด์ได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้โครเอเชียที่จบอันดับที่ 2 ต้องเข้าไปเล่นในรอบที่สองต่อ และในรอบนี้โครเอเชียก็สามารถเอาชนะกรีซได้ด้วยผลรวม 4 ประตูต่อ 1 ส่งผลให้โครเอเชียสามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติโครเอเชีย คลิกที่นี่

 

ทีมชาติเดนมาร์ก

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เดนมาร์กเองก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องอยู่รวมกลุ่มกับทีมสุดแกร่งอย่างโปแลนด์ในกลุ่มอีของโซนยุโรป ซึ่งในกล่มนี้มีเพียงทีมที่ได้แชมป์กลุ่มเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ทันที ทำให้ทีมอันดับที่สองอย่างเดนมาร์กต้องเข้าไปเล่นในรอบ 2 ต่อไป โดยในรอบ 2 เดนมาร์กก็ไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวังด้วยการชนะสาธารณรัฐไอร์แลนด์ไปด้วยสกอร์รวม 5ประตูต่อ 1 และผ่านเข้าสู่บอลโลกรอบสุดท้ายไป

ทีมชาติเดนมาร์ก ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

ทีมชาติไอซ์แลนด์

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

 ไอซ์แลนด์นับว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่เส้นทางสู่บอลโลกเป็นไปอย่างง่ายดายด้วยการอยู่ในกลุ่มไอโซนยุโรปที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนัก ทำให้ไอซ์แลนด์สามารถคว้าแชมป์กลุ่มมาได้ ส่งผลให้พวกเขาลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกในทันที

 

 

 

ทีมชาติคอสตาริกา

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

เส้นทางการผ่านเข้าสู่บอลโลกรอบสุดท้ายของคอสตาริกานั้นก็ไม่ได้ยากนักเหมือนเช่นหลายๆทีม เพราะในโซนอเมริกาเหนือที่คอสตาริกาอยู่นั้น พวกเขาสามารถคว้าอันดับที่ 2 มาได้ ส่งผลให้คอสตาริกาผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอัตโนมัติ

 

 

ทีมชาติสวีเดน

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 ในรอบคัดเลือกอาจจะโชคร้ายที่ต้องมาอยู่ร่วมสายเดียวกันกับทีมฝรั่งเศส ทำให้พวกเขาไม่สามารถคว้าตั๋วเข้าสู่ฟุตบอลได้รอบนี้ แต่สวีเดนก็ยังได้รับโอกาสแก้ตัวในรอบที่ 2 ซึ่งในรอบนี้สวีเดนก็สามารถสร้างปรากฏการณ์และปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้ด้วยการแย่งตำแหน่งทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลกมาจากอิตาลีได้ด้วยสกอร์รวม 1 ประตูต่อ 0

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติสวีเดน คลิกที่นี่

 

ทีมชาติตูนิเซีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ตูนิเซียถูกจัดอยู่ในกลุ่มเอของโซนแอฟริกา ซึ่งในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยตูนิเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ลิเบีย และกินี โดยจะมีเพียงทีมเดียวที่ดีที่สุดเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ และตูนิเซียก็สามารถผ่านเข้าไปได้ด้วยผลการแข่งขันที่ชนะ 4 นัด และเสมอ 2 นัด โดยไม่แพ้ทีมไหนเลย

 

 

ทีมชาติอียิปต์

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

อียิปต์เป็นอีกหนึ่งทีมที่ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่มจากกลุ่มอีในโซนแอฟริกาซึ่งประกอบไปด้วยทีมทั้งสี่ได้แก่ อียิปต์ ยูกันดา กานา และสาธารณรัฐคองโก โดยอียิปต์สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มมาได้ด้วยผลการแข่งขันชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้อีก 1 นัด ทำให้พวกเขาสามารถผ่านไปเล่นรอบสุดท้ายได้อย่างไม่ยากนัก

 

 

ทีมชาติเซเนกัล

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

 ในกลุ่มดีของโซนแอฟริกานั้นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีอดีตทีมดังอย่างแอฟริกาใต้ที่เคยได้ไปเล่นบอลโลกในฐานะของเจ้าภาพมาก่อน ซึ่งในกลุ่มนี้กลับไม่ใช่แอฟริกาใต้ที่สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มเพื่อเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ แต่เป็นเซเนกัลที่ทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยผลชนะ 4 นัด และเสมอ 2 นัด กลายเป็นตัวแทนกลุ่มผ่านเข้าไปชิงชัยในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

 

 

ทีมชาติอิหร่าน

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

อิหร่านจัดว่าเป็นทีมจากเอเชียที่มีอันดับดีที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งอิหร่านสามารถผ่านเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มเอโซนเอเชียที่ประกอบไปด้วยทีมทั้งหกอย่าง อิหร่าน เกาหลีใต้ ซีเรีย อุซเบกิสถาน จีน และกาตาร์ ซึ่งอิหร่านสามารถทำผลงานได้ด้วยการชนะ 6 นัด และเสมอ 4 นัด ไม่แพ้ใครเลย

 

 

ทีมชาติเซอร์เบีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ในกลุ่มดีโซนยุโรป แม้ว่าจะมีทีมดังอย่างเวลส์ที่ของสตาร์ดังอย่างแกเร็ธ เบล แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความร้อนแรงของเซอร์เบียได้ และก็เป็นเซอร์เบียที่สามารถโชว์ฟอร์มอย่างเหนือชั้นด้วยการชนะ 6 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 นัด ทำให้ทีมๆนี้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

 

 

ทีมชาติไนจีเรีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ในกลุ่มบีโซนแอฟริกาก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีทีมดังๆอย่างแคเมอรูนอยู่ ซึ่งแม้แคเมอรูนจะมีทั้งชื่อเสียงและประสบการณ์ที่เก๋ากว่า แต่ไนจีเรียก็สามารถเบียดแย่งตำแหน่งแชมป์ของกลุ่มไปได้ด้วยผลชนะ 4 นัด และเสมอ 2 นัด โดยไม่เคยแพ้ใครเลย ทำให้ไนจีเรียสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียได้

 

 

ทีมชาติออสเตรเลีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งทีมในศึกฟุตบอลโลกที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะทีมๆนี้อยู่กลุ่มเดียวกับทีมชาติไทยของเรานั่นเอง ซึ่งออสเตรเลียก็ไม่สามารถแย่งชิงอันดับที่ 1 และ 2 ของกลุ่มมาได้ ทำให้ต้องตกไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ คอนคาแคฟ – เอเอฟซี โดยในรอบนี้ออสเตรเลียก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังด้วยการคว้าตั๋วเฮือกสุดท้ายในการไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

 

 

ทีมชาติญี่ปุ่น

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

รอบคัดเลือกที่ผ่านมา ญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มบีโซนเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับทีมชาติไทย และญี่ปุ่นก็ยังคงฟอร์มร้อนแรงได้เสมอต้นเสมอปลายด้วยการคว้าแชมป์กลุ่มไปจากผลการเล่น ชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 2 นัด ทำให้ญี่ปุ่นลอยลำเข้าไปในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้อย่างไม่ยากนัก

 

 

ทีมชาติโมร็อกโก

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

โมร็อกโกผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกในรอบสุดท้ายได้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มซีโซนแอฟริกา ซึ่งในกลุ่มนั้นก็ประกอบไปด้วยโมร็อกโก โกตดิวัวร์ กาบอง และมาลี ซึ่งโมร็อกโกสามารถเป็นแชมป์กลุ่มได้ด้วยผลงาน 3 นัด และเสมออีก 3 นัด

 

 

ทีมชาติปานามา

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ปานามาเป็นทีมสุดท้ายจากโซนอเมริกาเหนือที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซียได้ด้วยการจบที่อันดับ 3 ของตารางคะแนนเท่ากับฮอนดูรัส แต่ปานามามีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า แม้จะชนะ 3 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 3 นัดเหมือนกับฮอนดูรัส ส่งผลให้ปานามาได้สิทธิ์ไปชิงชัยในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโดยทันที

 

 

ทีมชาติเกาหลีใต้

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก เกาหลีใต้มักจะเป็นทีมจากเอเชียที่วนเวียนมาเข้าแข่งขันอยู่เสมอๆ ซึ่งในครั้งนี้เกาหลีใต้เองก็ไม่พลาดโอกาสนี้อีกด้วยการจบที่อันดับที่ 2 ในกลุ่มเอโซนเอเชีย ด้วยผลชนะ 4 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 3 นัด ส่งผลให้การแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้เราจะได้เห็นเกาหลีใต้มาโลดแล่นอีกครั้ง

 

 

ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ซาอุดิอาระเบียที่ถือได้ว่าเป็นทีมที่มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งต่ำมากจนเกือบจะต่ำที่สุดศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้กลับไม่ได้มีเส้นทางที่ยากลำบากนักในการผ่านเข้าไปเล่นบอลโลกในรอบสุดท้าย เพราะซาอุดิอาระเบียที่มาจากกลุ่มบีโซนเอเชียสามารถจบอันดับได้ที่อันดับที่ 2 ของกลุ่ม ส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียได้เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายโดยที่ไม่เหนือนัก

 

 

ทีมชาติรัสเซีย

อัพเดทสถานะ : ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

แม้เราจะเขียนให้รัสเซียอยู่ในตำแหน่งท้ายที่สุด แต่รัสเซียกลับเป็นทีมแรกที่ได้รู้ว่าตัวเองจะได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เนื่องจากสิทธิ์ของความเป็นเจ้าภาพ ทำให้รัสเซียได้สิทธิ์ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโดยไร้คู่แข่ง

 

ต้องการพนันบอลโลกทีมชาติรัสเซีย คลิกที่นี่

 

 

            จากเส้นทางของทั้ง 32 ทีมที่ได้ผ่านเข้ามาเล่นในเวิร์ลคัพ 2018 นั้น คงทำให้เราเห็นว่าในวงการฟุตบอลไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป โดยจากทั้ง 32 ทีมนั้นก็ไม่ได้เป็นทีมที่มีชื่อเสียงทั้งหมดและบางทีมก็ยังเป็นทีมหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยเข้าแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกด้วยซ้ำ ซึ่งเส้นทางของทีมเหล่านี้จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นก็สามารถติดตามต่อไปได้ในเวิร์ลคัพ 2018 ที่จะถึงในเวลาอันใกล้นี้



Back to Top ↑