จับสลากแบ่งสายบอลโลก 2018

จับสลากแบ่งสายคืออะไร ?

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่จะถึงนี้ แม้ว่าเราจะได้เห็นโฉมหน้าของทั้ง 32 ทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแล้ว แต่เราก็ยังไม่ทราบว่าในการแข่งขันรอบแรกนั้นทีมไหนจะได้เจอกับทีมไหน และทีมไหนก็จะอยู่กลุ่มเดียวกับทีมไหนบ้าง ซึ่งในการจับฉลากแบ่งสายของศึกฟุตบอลโลก 2018 นี้ก็จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม โดยการจับ

World Cup Draw

ฉลากที่ว่านี้ก็จะเป็นการแบ่งทีมชาติต่างๆลงไปในโถจับฉลาก 4 โถ โถละ 8 ทีม และทำการเลือกจับฉลากทีมจากแต่ละโถมาอย่างละ 1 ทีม จนได้ทีม 4 ทีมที่จะทำการแข่งขันอยู่ในรอบแรกด้วยสายการแข่งขันเดียวกัน ด้วยการจับฉลากแบ่งสายแบบนี้เองจึงจะทำให้เราได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบแรกที่สนุกสนานจากทั้ง 8 สายการแข่งขันนั่นเอง

ทีมชาติกับการแบ่งโถ

การแบ่งโถของการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้นั้นจะมีความแตกต่างไปจากศึกฟุตบอลโลกในครั้งที่ผ่านมาสักเล็กน้อย เพราะในการแบ่งทีมชาติลงในโถทั้งสี่ที่ใช้ในการจับฉลากแบ่งสายจะใช้การเรียงลำดับทีมตามอันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง โดยให้เจ้าภาพอย่างรัสเซียอยู่ในโถใบที่หนึ่งร่วมกับอีกเจ็ดทีมที่มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งสูงที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ ตามมาด้วยในโภใบที่สองที่จะเป็นอีกแปดทีมที่มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งรองลงมาลดหลั่

นกันไปเรื่อยๆจะถึงโถใบที่สี่ซึ่งเป็นการรวมทีมที่มีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งต่ำที่สุดเอาไว้

โดยในการแบ่งโถเพื่อจับสลากการแข่งขันแบบนี้ก็ถูกทำขึ้นเพื่อให้ทีมที่มีความแข็งแกร่งไม่มาเจอกันตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน เพราะหากในรอบแรกทีมอย่างเยอรมัน บราซิล โปรตุเกส และอาร์เจนติน่าต้องมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน การแข่งขันฟุตบอลโลกก็คงจะไม่สนุกเป็นแน่ ทำให้การแบ่งโถแบบนี้สามารถกระจายทีมที่มีความเก่งและความอ่อนไปคละๆกันได้ทำให้เราสามารถรับชมการแข่งขันที่สนุกสนานได้ในทุกๆวัน

นอกจากนี้การแบ่งโถในลักษณะที่ว่ายังมีกฎเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งประการคือทีมที่มาจากภูมิภาคเดียวกันจะไม่สามารถอยู่รวมกลุ่มกันได้ ยกตัวอย่างเช่นบราซิลไม่สามารถอยู่รวมกลุ่มกับโคลอมเบียที่มาจากอเมริกาใต้เหมือนกัน โดยกฏที่ว่าจะยกเว้นเฉพาะทีมจากยุโรปเท่านั้นที่สามารถอยู่ร่วมภูมิภาคเดียวกันได้ แต่ก็ไม่เกิน 2 ทีมเท่านั้น

แต่ละทีมอยู่โถไหนกันบ้าง?

แม้ว่าการจับฉลากแบ่งกลุ่มจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม แต่ผลการแบ่งโถนั้นก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เราสามารถคาดเดาถึงความเป็นไปได้ต่างๆในการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยในโถที่หนึ่งที่จัดว่าเป็นโถที่รวมเอาทีมที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นประกอบไปด้วย รัสเซียที่ได้สิทธิ์จากการเป็นเจ้าภาพในการผ่านเข้ารอบคัดเลือกและได้อยู่โถใบที่หนึ่ง ตามมาด้วยเยอรมันทีมอันดับที่หนึ่งในฟีฟ่าแรงกิ้ง บราซิล โปรตุเกส อาร์เจนติน่า เบลเยี่ยม โปแลนด์ และฝรั่งเศส ทีมอันดับที่สองถึงเจ็ดในฟีฟ่าแรงกิ้ง เรียกได้ว่าในโถที่หนึ่งนี้เป็นการรวมเอา 7 ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาไว้ในโถด้วยกันเพื่อไม่ให้ทั้งเจ็ดทีมต้องพบกันตั้งแต่รอบแรก

World Cup Pot

ส่วนในโถใบที่สองนั้นเป็นทีมอันดับรองลงมาแต่ก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่ากันเท่าไรนัก เพราะทั้งแปดทีมในโถใบที่สองนั้นยังไม่มีทีมไหนหลุดจากอันดับในฟีฟ่าแรงกิ้งเกินอันดับที่ 20 ไปเลย ซึ่งทั้งแปดทีมประกอบไปด้วย สเปนทีมอันดับที่แปดในฟีฟ่าแรงกิ้ง เปรูทีมอันดับที่สิบในฟีฟ่าแรงกิ้ง สวิตเซอร์แลนด์ทีมอันดับที่สิบเอ็ดในฟีฟ่าแรงกิ้ง อังกฤษทีมอันดับที่สิบสองในฟีฟ่าแรงกิ้ง โคลอมเบียทีมอันดับที่สิบสามในฟีฟ่าแรงกิ้ง เม็กซิโกทีมอันดับที่สิบหกในฟีฟ่าแรงกิ้ง อุรุกวัยทีมอันดับที่สิบเจ็ดในฟีฟ่าแรงกิ้ง และโครเอเชียทีมอันดับที่สิบแปดในฟีฟ่าแรงกิ้ง

และโถใบที่สามเองก็ยังเป็นการรวมเอาทีมอันดับต้นๆของโลกไว้ใช่กัน ประกอบไปด้วย เดนมาร์กทีมอันดับที่สิบเก้าในฟีฟ่าแรงกิ้ง ไอซ์แลนด์ทีมอันดับที่ยี่สิบเอ็ดในฟีฟ่าแรงกิ้ง คอสตาริก้าทีมอันดับที่ยี่สิบสองในฟีฟ่าแรงกิ้ง สวีเดนทีมอันดับที่ยี่สิบห้าในฟีฟ่าแรงกิ้ง ตูนีเซียทีมอันดับที่ยี่สิบแปดในฟีฟ่าแรงกิ้ง อียิปต์ทีมอันดับที่สามสิบในฟีฟ่าแรงกิ้ง เซเนกัลทีมอันดับที่สามสิบสองในฟีฟ่าแรงกิ้ง และอิหร่านทีมอันดับที่สามสิบสี่ในฟีฟ่าแรงกิ้ง

ส่วนในโถใบสุดท้ายที่เป็นการรวมเอาทีมที่มีอันดับในฟีฟ่าแรงกิ้งต่ำที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้นั้นก็ประกอบไปด้วย เซอร์เบียทีมอันดับที่สามสิบแปดในฟีฟ่าแรงกิ้ง ไนจีเรียทีมอันดับที่สี่สิบเอ็ดในฟีฟ่าแรงกิ้ง ออสเตรเลียทีมอันดับที่สี่สิบสามในฟีฟ่าแรงกิ้ง ญี่ปุ่นทีมอันดับที่สี่สิบสี่ในฟีฟ่าแรงกิ้ง โมร็อคโคทีมอันดับที่สี่สิบแปดในฟีฟ่าแรงกิ้ง ปานามาทีมอันดับที่สี่สิบเก้าในฟีฟ่าแรงกิ้ง เกาหลีใต้ทีมอันดับที่หกสิบสองในฟีฟ่าแรงกิ้ง และสุดท้ายก็คือซาอุดิอะราเบียทีมอันดับที่หกสิบสามในฟีฟ่าแรงกิ้ง

วิเคราะห์ผลการแบ่งสาย

ใครจะอยู่กลุ่มไหนบ้าง

แน่นอนว่าในการแบ่งกลุ่มของการแข่งขันฟุตบอลที่จะเกิดขึ้นก็มักจะมีกรุ๊ปออฟเดดเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งกรุ๊ปออฟเดดที่ว่าจะเป็นการรวมเอาทีมที่แข็งแกร่งมาไว้ในกลุ่มเดียวกัน และแม้ว่าในการจับฉลากแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกในครั้งนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเหตุที่ว่า แต่มันก็ยังมีโอกาสเกิดกรุ๊ปออฟเดดแบบย่อมๆได้อยู่ ยกตัวอย่างเช่นการจัดเอาทีมชั้นนำจากโถแต่ละใบอย่าง เยอรมัน สเปน คอสตาริก้า และไนจีเรีย มาอยู่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีเพียงแค่สเปนกับเยอรมันเท่านั้นที่มาจากโซนเดียวกันจากโซนยุโรป แต่ด้วยข้อยกเว้นที่ว่าทีมจากยุโรปสามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสองทีม ทำให้โอกาสที่เกิดกรุ๊ปออฟเดดแบบนี้ก็เป็นไปได้

ส่วนถ้าจะพูดถึงทีม underdog ที่ใครๆก็อยากจะให้อยู่รวมกลุ่มกับทีมตัวเองนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าภาพอย่างรัสเซีย เพราะด้วยสิทธิ์ของการเป็นเจ้าภาพที่ทำให้รัสเซียได้อยู่ในโถใบแรกทำให้ทีมๆนี้มีความห่างชั้นอย่างสิ้นเชิงกับทีมอื่นๆที่เข้าวินมาในอันดับที่ 1-7 ด้วยเหตุนี้เองหากรัสเซียลงไปอยู่ในกลุ่มไหน ทีมที่เหลือในกลุ่มนั้นๆก็จะลดความกดดันลงไปได้อีกเยอะเลย

เหตุการณ์ที่น่าสนใจและอาจเกิดขึ้น

ถึงผลการจับฉลากแบ่งสายจะไม่เกิดขึ้น แต่ในศึกฟุตบอลโลกรอบแรกนี้ก็มีหลายๆความเป็นไปได้ที่น่าสนใจอยู่เป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นก็คือโอกาสที่แชมป์บอลยูโรสองปีล่าสุดอย่างโปรตุเกสและสเปนต้องมีแข่งขันกันตั้งแต่รอบแรก ซึ่งโอกาสที่ว่าแม้จะมีความเป็นไปได้ไม่สูงนักแต่ก็ยังมีความเป็นไปได้พอให้พวกเราได้ลุ้นฟุตบอลคู่มันส์ๆอย่างนี้อยู่

หรือเหตุการณ์อีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่างการที่ทีมจากโถใบที่หนึ่งอาจจะไม่ได้เป็นแชมป์กลุ่มเข้าไปเล่นในรอบต่อไป หากทีมจากโถใบที่หนึ่งเป็นทีมชาติรัสเซีย หรือว่าจะเป็นทีมชาติอื่นๆแต่ถ้ามาเจอทีมสุดแกร่งในโถใบที่สองอย่างสเปน ยังไงก็ต้องมีหนาวๆร้อนๆอย่างแน่นอน

ทีมไหนจะทำให้กลุ่มกลายเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ

สำหรับศึกฟุตบอลโลกรอบแรกด้วยการจับฉลากแบบกระจายทีมเก่งและทีมอ่อนออกไปคละๆกันนั้น ทำให้ในรอบแรกนั้นกลุ่มที่น่าสนใจและน่าจับตามองที่สุดก็คงหนีไม่พ้นสองกลุ่มที่มีทีมดังจากโถที่สองอย่างสเปนและอังกฤษอยู่ ซึ่งไม่ว่าอีกสามทีมจะอีกสามโถที่เหลือจะเป็นทีมอะไรก็ตามก็รับรองได้เลยว่าทั้งสองกลุ่มนี้จะมีการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นตั้งแต่รอบแรกมาให้เราได้ชมกันเลย

ทีมที่ดีที่สุดและทีมที่อ่อนที่สุด

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ เราอาจจะยังไม่ได้เห็นฟอร์มการเล่นของแต่ละทีมยกเว้นในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ซึ่งหากใครที่อยากคาดการณ์ว่าทีมที่ตัวเองเชียร์อยู่หรือทีมอื่นๆนั้นมีความแข็งแกร่งขนาดไหนก็สามารถดูได้จากอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งในข้างต้นที่เราไปกล่าวไปแล้วได้ เพราะอันดับที่ว่าเป็นการจัดอับดับครั้งล่าสุดโดยฟีฟ่าเมื่อเดือนตุลาคมนี้นี่เอง ยกตัวอย่างเช่นทีมที่ได้รับการการันตีจากอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งมาเป็นอันดับที่หนึ่งอย่างเยอรมัน ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทีมเยอรมันกลายเป็นทีมเต็งหนึ่งอยู่ในขณะนี้นั่นเอง ส่วนทีมที่เก่งน้อยที่สุดในการแข่งขันนั้นก็หนีไม่พ้นซาอุดิอะราเบียทีมอันดับที่หกสิบสามในฟีฟ่าแรงกิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับต่ำที่สุดในการแข่งขัน และรั้งท้ายเข้ามาด้วยตำแหน่งบ๊วย


Comments are closed.

Back to Top ↑

BettingTop10