ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า “ฟุตบอลยูโร” เป็นรายการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่น้องๆ ฟุตบอลโลกเลยทีเดียว ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี โดยสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แต่ไม่ตรงกับฟุตบอลโลก คือ จะห่างจากฟุตบอลโลก 2 ปี จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960)  ปี 2563 หรือ 2020 นี้ครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่เป็นการแข่งครั้งที่ 16 ก็จัด 4 ปีครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่เปิดสนามฟาดแข้งกันก็เรียกเสียงฮือฮาสนุกสนาน เชียร์สนั่นไม่แพ้กัน

ตลอด 15 ครั้งที่ผ่านมา แชมป์บอลยูโร ล้วนเป็นที่ยอมรับของกองเชียร์ รวมทั้งเซียนแทงบอลออนไลน์ด้วย และก่อนที่ศึกลูกหนังอันทรงเกียรติและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของนักฟุตบอลทีมชาติยุโรป นามว่า ยูโร 2020 จะระเบิดขึ้น ก่อนจะคุณจะไปลุยกับวิเคราะห์บอลยูโรแต่ละนัด บทความนี้ขอพาแฟนบอลรวมถึงเซียนแทงบอลออนไลน์ทุกท่าน ย้อนอดีตไปพบกับแชมป์บอลยูโร แต่ละปีก่อนว่ามีทีมไหนบ้าง และชาติใดคว้าแชมป์มาครองมากที่สุด เริ่มเลย

บอลยูโร 1960

แชมป์บอลยูโร 1960 ศึกชิงความเป็นเลิศของทีมฟุตบอลยุโรปครั้งแรกนี้ จัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส และชาติที่ได้ครอบครองถ้วยชนะเลิศ คือ สหภาพโซเวียต รองแชมป์บอลยูโร 1960 เป็นของ ยูโกสลาเวีย ส่วนเจ้าบ้านได้ที่ 4

บอลยูโร 1964

แชมป์บอลยูโร 1964 คือ สเปน ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ส่วนรอง แชมป์บอลยูโร 1964 คือ แชมป์เมื่อปีที่แล้ว สหภาพโซเวียต

บอลยูโร 1968

แชมป์บอลยูโร 1968 ตกเป็นของเจ้าภาพอีกเช่นเคย นั่นคือ ประเทศอิตาลี ส่วนรองแชมป์บอลยูโร 1964 ตกเป็นของยูโกสลาเวีย

บอลยูโร 1972

แชมป์บอลยูโร 1972 เป็นของเยอรมนีตะวันตก (ตอนนั้นเยอรมนียังไม่รวมชาติ) ส่วนรองแชมป์บอลยูโร 1964 เป็นของสหภาพโซเวียต อดีตแชมป์ปี 1964 ส่วนเบลเยี่ยมเจ้าภาพ ได้ที่ 3

บอลยูโร 1976

แชมป์บอลยูโร 1976 คือ เชโกสโลวาเกีย โดยเฉือนเอาชนะ เยอรมนีตะวันตก ด้วยลูกโทษ 5-3 หลังเสมอกันสุดมันส์ 2-2 ส่วนเจ้าภาพ ยูโกสลาเวีย คว้าที่ 4 ไปครอง

บอลยูโร 1980

แชมป์บอลยูโร 1980 เป็นของเยอรมนีตะวันตก หลังจากอกหักเมื่อครั้งที่แล้วก็กลับมาคว้าแชมป์ยูโรได้อีกหน ส่วนรองแชมป์บอลยูโร คือ เบลเยียม ทางเจ้าภาพอิตาลี ได้ที่ 4

บอลยูโร 1984

แชมป์บอลยูโร 1984 เป็นของเจ้าภาพ ฝรั่งเศส เป็นการวนกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งที่นับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ส่วนรองแชมป์บอลยูโร 1984  เป็นของสเปน ซึ่งแพ้ฝรั่งเศสไปถึง 0-2

บอลยูโร 1988

แชมป์บอลยูโร 1988 เป็นของเนเธอร์แลนด์ หลังจากที่มองดูชาติอื่นคว้าแชมป์ตากริบๆ โดยเอาชนะสหภาพโซเวียต ไป 2-0 ส่วนเจ้าภาพเยอรมนีตะวันตก มีโอกาสแค่เข้ารองชนะเลิศ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 1984 ศึกชิงแชมป์บอลยูโร ก็ไม่มีชิงที่ 3 และ 4 อีก

บอลยูโร 1992

แชมป์บอลยูโร 1992 เป็นของประเทศเดนมาร์ก ส่วนรองแชมป์บอลยูโร 1992 เป็นของเยอรมนี (ตอนนี้รวมชาติแล้ว) ทางเนเจ้าภาพสวีเดน ได้เข้ารอบรองชนะเลิศ

บอลยูโร 1996

แชมป์บอลยูโร 1996 เป็นการกลับมาทวงบัลลังค์อย่างยิ่งใหญ่ของ เยอรมนี ส่วนรองแชมป์บอลยูโร 1996 เป็นของ เช็กเกีย ซึ่งแพ้ด้วยกฏโกลเด้นโกลไป 2-1 ทางด้านเจ้าภาพอังกฤษ ได้เข้ารอบรองชนะเลิศ

บอลยูโร 2000

เป็นครั้งแรกที่บอลยูโรมีเจ้าภาพร่วม คือ เบลเยียม และ เนเธอร์แลนด์ ส่วนแชมป์บอลยูโร 2000 คือ ฝรั่งเศส รองแชมป์บอลยูโร 2000 คือ อิตาลี เจ้าภาพได้เข้ารอบรองชนะเลิศแค่ประเทศเดียว คือ เนเธอร์แลนด์

บอลยูโร 2004

แชมป์บอลยูโร 2004 คือ กรีซ ส่วนโปรตุเกสที่เป็นเจ้าภาพ ครองตำแหน่งรองแชมป์บอลยูโร 2004 ไป ศึกชิงชนะเลิศหนนี้แม้สกอร์จะ 1-0 แต่ก็สนุกไม่น้อย

บอลยูโร 2008

กลับมาใช้เจ้าภาพร่วมอีกครั้ง คือ ออสเตรีย และ สวิตเซอร์แลนด์ แชมป์บอลยูโร 2008 เป็นของสเปน ด้วยการผลักให้เยอรมนี เป็นรองแชมป์บอลยูโร 2008 กับสกอร์ 1-0 ส่วนเจ้าภาพปีนี้ ไม่เข้ารอบรองชนะเงิศแม้แต่ทีมเดียว

บอลยูโร 2012

แชมป์บอลยูโร 2012 คือแชมป์เมื่อครั้งที่แล้วประเทศ สเปน ครั้งนี้ก็ใช้เจ้าภาพร่วม คือ โปแลนด์ และ ยูเครน รองแชมป์แชมป์บอลยูโร 2012 เป็นของ อิตาลี ส่วนเจ้าภาพ ไม่ติดฝุ่น

บอลยูโร 2016

บอลยูโร 2016 เป็นครั้งล่าสุด ซึ่งแชมป์บอลยูโรล่าสุด เป็นของ โปรตุเกส โดยเจ้าภาพฝรั่งเศส ได้รองแชมป์บอลยูโรล่าสุด

จะเห็นได้ว่า เจ้าภาพล้วนมีโอกาสเข้าสู่รอบลึกๆ เสมอ และทีมที่ได้แชมป์บอลยูโรเยอะที่สุด ก็คือ เยอรมนี กับสเปน จำนวน 3 ครั้งเท่ากัน บอลยูโร 2020 ครั้งนี้เป็นเจ้าภาพร่วมกันทั้งหมด หากต้องการบทวิเคราะห์ที่เจาะลึก รู้จริง ต้องติดตามเรา Bettingtop10

BACK TO TOP