CR7! โรนัลโด้ คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมฟีฟ่า 2017

พงศกร
โดย: พงศกร

คริสเตียโน โรนัลโด้ ผงาดคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า มาครองได้ ซึ่งงานนี้ ซีอาร์7 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเคียงข้างกันกับ ลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกของสโมสร บาร์เซโลนา และ เนย์มาร์ นักเตะใหม่ป้ายแดงจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง M88 แทงบอล พนันกีฬา คลิกเลย

สุดท้ายแล้วเป็นโรนัลโด้ ที่คว้ารางวัลไปครองได้จากทั้งผลงานส่วนตัวและทีม ด้วยการมีคะแนนโหวตสูงถึง 43.16 เปอร์เซ็นต์ หลังจากทำผลงานประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด คว้ามาได้ทั้ง แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลา ลีก้า, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, สแปนิช ซูเปอร์คัพ ในฤดูกาลเดียวกัน รวมไปถึงสถิติส่วนตัวที่นักเตะวัย 32 ปียังแจ๋วรายนี้ทำไปได้ 45 ประตู ตอนปี 2017 ซึ่งแบ่งเป็น 34 ประตูกับสโมสร เรอัล มาดริด และอีก 11 ประตูกับทีมชาติโปรตุเกสนั้นเอง ทั้งนี้ยังเป็นการคว้ารางวัลนี้ปีที่สองติดต่อกันด้วย โรนัลโด้ ยังคงสร้างสถิติเป็นนักเตะคนเดียวที่ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีรูปแบบใหม่จากฟีฟ่า นับตั้งแต่แยกออกมาจากการจัดกับรางวัล บัลลง ดอร์ ร่วมกับนิตยสาร ฟรองซ์ ฟุตบอล ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

สำหรับ โรนัลโด้ เจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 4 สมัย ผู้เคยเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากฟีฟ่ามาแล้วเมื่อตอนปี 2008 ครั้งที่ยังใช้ชื่อรางวัลว่า “ฟีฟ่า เวิลด์ เพลเยอร์” หลังจากนั้นเมื่อ ฟีฟ่า แยกตัวออกมาตั้งรางวัลของตัวเองในชื่อว่า “เดอะ เบสต์” เมื่อปีที่ผ่านมา ก็เป็น โรนัลโด้ คนเดิมที่คว้าโทรฟี่ใหม่มาครองได้เป็นคนแรก

หลังจากคว้ารางวัลมาครอง แข้งชางโปรตุเกสกล่าวว่า “ผมขอบคุณทุกคนที่โหวตให้ ผมอยากให้ทั้ง เลโอ (เมสซี่) และ เนย์มาร์ มายืนอยู่ด้วยกันตรงนี้ด้วย ผมอยากจะขอขอบคุณ เรอัล มาดริด ที่สนับสนุนผมมาตลอด เราได้มาอยู่จัดงานรับรางวัลที่นี่ที่อังกฤษเป็นครั้งแรก และผมได้รางวัลนี้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันด้วย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม ผมขอขอบคุณแฟนๆ ทั่วโลกของผม ผมปลื้มใจ และมีความสุขมากๆ”

สำหรับ โรนัลโด้ เริ่มต้นอาชีพพ่อค้าแข้งกับสโมสร สปอร์ติง ลิสบอน ในประเทศบ้านเดิมตอนปี 2002 ก่อนโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนทำให้ได้ย้ายมาอยู่กับทีมดังเมืองผู้ดี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนปี 2003 หลังจากนั้นเขาก็ลงสนามรับใช้ทัพปีศาจแดง ถึง 7 ปี จนได้ย้ายมาอยู่กับสโมสรต้นสังกัดปัจจุบัน เรอัล มาดริด ตอนปี 2009 ด้วยค่าตัวมูลค่า 80 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

        

BACK TO TOP