14 ไฮไลต์แห่งความหลังฟุตบอลยูโร

ใกล้จะเปิดฉากแล้ว สำหรับฟุตบอลยูโร 2016 ที่ครั้งนี้มีเจ้าภาพเป็นประเทศฝรั่งเศส แฟนๆ หลายคนคงเตรียมตัวเล็งฟอร์มของแต่ละทีมชาติ และส่งใจไปเชียร์ สำหรับครั้งนี้ เรามีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง และแน่นอนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร เราจะไปย้อนเวลาหาอดีต แล้วดูกันว่าเมื่อ 14 สมัยก่อนหน้านี้ ในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลยูโร ได้เกิดอะไรขึ้นในสนามบ้าง

จากหน้าประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกเรื่องราวของฟุตบอลยูโรไว้นั้น มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1960 จนถึง 2012 มีเหตุการณ์ทั้งที่น่าตื่นเต้นตกใจ และเป็นที่โด่งดัง โจษจันไปทั่วโลก อย่างกับละครเรื่องยาวยังไงยังงั้น

 

ปี 1960 สหภาพโซเวียต ปะทะ ยูโกสลาเวียFootball - European Nations Cup 1960 - Soviet Union Tournament Winners The Soviet Union team celebrate with the trophy: Back Row left to right: Lev Yaschin, Igor Netto, Viktor Ponedelnik, Yury Voinov, Givi Chokheli, Valentin Ivanov Front: Anatoly Krutikov, Valentin Bubukin, Anatoli Maslyonkin, Slava Metreveli und Mikheil Meskhi

การแข่งขันครั้งแรกของฟุตบอลยูโร ที่จัดขึ้น ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยในนัดนี้เป็นการฟาดแข้งของสหภาพโซเวียด และ ยูโกสลาเวีย โซเวียตเอาชนะเจ้าบ้านฝรั่งเศสได้ ในรอบสี่ทีมสุดท้าย ด้วยคะแนน 4-5 ส่วนทางยูโกสลาเวีย เข้ารอบมาแบบวินๆ ผลคือโซเวียตได้ครองแชมป์ยูโรสมัยแรกไป ด้วยสกอร์ 2-1 แต้ม ซึ่งในนัดนั้นต้องมีการต่อเวลาจึงจะรู้ผลแพ้ชนะ

 

ปี 1964 สเปน ปะทะ สหภาพโซเวียต

ในนัดที่สเปนเป็นเจ้าบ้าน และสหภาพโซเวียตเองก็ได้ผ่านเข้ารอบมาชิงแชมป์อีกสมัย อย่างไร1964ก็ตามเจ้าบ้านสเปนได้เอาชนะโซเวียต และครองถ้วยได้เป็นปีแรกด้วยสกอร์ 2-1 เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น ณสนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบวที่เต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึงประธานาธิบดีฟรานโก ผู้นำแห่งสเปนในยุคนั้นด้วย โดยเจ้าบ้านทำประตูนำไปก่อนด้วยความรวดเร็ว โดยฝีมือของจีซัส มาเรีย พีเรดา ส่วนทางฝ่ายโซเวียตก็ตีตื้นขึ้นมาติดๆ ด้วยการทำประตูของกาลิมซัน คูไซนอฟ แต่แล้วแต้มสุดท้ายตกเป็นของสเปนอีกครั้ง

 

ปี 1968 อิตาลี ปะทะ ยูโกสลาเวีย

ทีมชาติอิตาลีอยู่ในช่วงเวลาเพียง 9 นาทีกับการล้มคู่ต่อสู้ และในครั้งนั้นพวกเขาได้กลับสู่กรุงโรม1968ด้วยสถานะที่แตกต่างไปจากเดิม นั่นคือ การเป็นแชมป์ฟุตบอลยูโร เอาชนะยูโกสลาเวียได้ด้วยคะแนน 2-0 โดยหนึ่งในนั้นคือการบุกทำประตูของลูอิจิ ริวา ในนาทีที่  12 และอีกแต้มที่ได้จากการชู้ตอย่างรวดเร็วของ เพียโตร อนาสตาซี จึงทำให้อิตาลีได้คว้าถ้วยยูโรในปีนั้นไปครองได้สำเร็จ

 

ปี 1972 เยอรมนี ปะทะ สหภาพโซเวียต

การแข่งขันในนัดนี้ถือเป็นครั้งที่สหภาพโซเวียตรู้จักกับความกลัวที่โหดร้ายที่สุด เนื่องจากทีม1972เยอรมันมี แกร์ด มุลเลอร์ หนึ่งในผู้เล่นที่เพิ่งทำ 4 ประตูรวดจากการแข่งขันในเดือนก่อน โดยการทำประตูของเยอรมันในครั้งนั้นเกิดขึ้น เมื่อมุลเลอร์ฝ่าวงล้อมกองกลาง บุกทำประตูไปได้ในครึ่งแรก และทำได้อีกหนึ่งประตูในครึ่งหลัง ส่วนลูกสุดท้ายเป็นการทำประตูของเฮอร์เบิร์ต วิมเมอร์ ผลสรุปในครั้งนั้น เยอรมันชนะสหภาพโซเวียตไปด้วยสกอร์ 3-0

 

 

ปี 1976 สาธารณรัฐเช็ก ปะทะ เยอรมนี

ในรอบรองชนะเลิศที่เยอรมนีต้องเจอกับเจ้าบ้านยูโกสลาเวีย แต่ก็เอาชนะ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ1976มาได้ด้วยการต่อเวลา ซึ่งต้องมาพบกับสาธารณรัฐเช็ก และการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ศึกฟุตบอลยูโร ที่ต้องตัดสินด้วยการยิงลูกโทษ โดยที่ในครั้งนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างยิงลูกโทษเข้าประตูรวมแล้ว 7 ลูกด้วยกัน ก่อนที่ลูกสุดท้ายจะเป็นการทำประตูของแอนโทนิน พาเน็นกา นักเตะทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ที่พาทีมครองแชมป์ได้ในสมัยนั้น โดยผลสกอร์ออกมาเป็น 5-3

 

ปี 1980 เบลเยี่ยม ปะทะ เยอรมนี1980

ชัยชนะครั้งนี้ตกเป็นของเยอรมนี โดยประตูแรกของเยอรมนียิงนำไปก่อนด้วยฝีมือของฮอสท์ รูเบสช์ และจากนั้นในนาทีที่ 75 เรเน่ วานเดอเรเก่น จากเบลเยี่ยมก็ไล่ตามมาทัน แต่สุดท้ายคาร์ล ไฮน์ โชว์ฟอร์มบุกทำประตูให้กับเยอรมนีได้อีก จึงทำให้ถ้วยรางวัลแชมป์ยูโรตกเป็นของเยอรมนีอีกครั้งเป็นสมัยที่สอง

 

ปี 1984 ฝรั่งเศส ปะทะ สเปน

การแข่งขันในนัดนี้เกิดขึ้นที่ปารีส อีกครั้งที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทีมสเปนในขณะนั้นถือว่าเป็น1984ทีมที่มีความแข็งแกร่งมากพอตัว ประตูแรกของรอบชิงชนะเลิศนัดนี้ เกิดขึ้นเมื่อไมเคิล พลาตินีแห่งฝรั่งเศส ยิงบอลเพื่อทำแต้ม ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้น การทำประตูของเขาทำให้ผู้ชมลุ้นกันตัวโก่ง เนื่องจากเป็นการยิงที่ไม่สวยเท่าไหร่นัก เพราะลูกแฉลบไปถูกมือผู้รักษาประตู ลูอิส อาโคนาดา และแต้มที่สองก็ตกเป็นของฝรั่งเศสอีกครั้ง จากการยิงประตูของบรูโน เบลล็อน ผลสรุปในครั้งนั้นฝรั่งเศสเป็นแชมป์

 

ปี 1988 เนเธอร์แลนด์ ปะทะ สหภาพโซเวียต

มาร์โคร แวน บัสแตน นักเตะชาวดัตช์ ทำประตูให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ด้วยการยิงแบบปาเน1988นก้า หรือการยิงแบบชิพ ด้วยการโหม่งลูกเปิดให้รัด กัลลิท ยิงเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม สร้างเสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วสนามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ โดยในการแข่งขันนัดดังกล่าว ฮอลแลนด์ชนะสหภาพโซเวียตที่สกอร์ 2-0 รับถ้วยแชมป์ยูโรไปนอนกอด

 

ปี 1992 เดนมาร์ก ปะทะ เยอรมนี1992

ในนัดนี้เดนมาร์กเอาชนะเยอรมนี ครองแชมป์ฟุตบอลยูโรไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 จากการทำประตูของจอห์น เจ็นเซ่น นอกจากนี้ผู้รักษาประตูมือกาวอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิล ก็สามารถป้องกันการยิงประตูจากเยอรมนีได้เหนียวแน่น 100% เรียกว่าไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดเข้าไปได้

 

ปี 1996 สาธารณรัฐเช็ก ปะทะ เยอรมนี

โอลิเวอร์ บิแอฮอฟ บิแอฮอฟ นักเตะผู้ถูกเปลี่ยนตัวให้ลงเล่นแทนเพื่อนร่วมทีมที่ต้องออกจากการ1996แข่งขันเพราะอาการบาดเจ็บ โดยเขาได้ลงเล่นหลังจากที่แพทริก เบอร์เกอร์ จากสาธารณรัฐเช็กเพิ่งได้ประตูจากการยิงลูกโทษไปได้ 21 นาที บิแอฮอฟไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านเปล่า เพราะเขาได้ใช้ช่วงเวลาที่มีน้อยนิดตีตื้น เพื่อให้ได้ต่อเวลา และในที่สุดก็ทำให้เยอรมนีคว้าแชมป์ยูโรปี 1996 ไปครองได้ในเวลา 95 นาที

 

ปี 2000 ฝรั่งเศส ปะทะ อิตาลี

ในนัดนี้ฝรั่งเศสเอาชนะอิตาลี และเป็นแชมป์ปี 2000 ด้วยสกอร์ 2-1 โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ Euro-2000-France-Winners-2_909339อิตาลีทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนในครึ่งหลัง โดยการยิงของมาโคร เดลเวคคิโอ แต่ฝรั่งเศสไล่ตามมาติดๆ ด้วยการทำประตูจากซิลแวน วิลทอร์ด เพื่อต่อเวลารักษาเกม และแต้มสุดท้ายก่อนที่จะได้เป็นแชมป์ ทีมชาติฝรั่งเศสโชว์ทริกเหนือชั้น ด้วยการเลี้ยงลูกหลอกของโรเบิร์ต ไพเรส และการยิงของเดวิด เทรเซเกต์ “ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นความยอดเยี่ยมของฝรั่งเศส หลังจากที่เราได้ถ้วยฟุตบอลโลกมาครอง” เทรเซเกต์กล่าว

 

ปี 2004 โปรตุเกส ปะทะ กรีซ2004

ชัยชนะของเกมในปีนี้ตกเป็นของกรีซ ด้วยแนวต้านที่ดีจากธีโอโดโรส ซาโกราคิส และการบุกของกลางกลางอย่าง ทราเอียนอส เดลลาส ที่ช่วยเปิดให้แองเจลโล ชารีสธีส์ ทำประตูได้อย่างสวยงาม หักอกโปรตุเกสเข้าอย่างจัง

 

ปี 2008 เยอรมนี ปะทะ สเปน2008

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเข้ารอบมาเป็นคู่ชิงชนะเลิศในรอบ 44 ปีของสเปน จากการทำประตูของเฟอร์นันโด ทอเรส ครึ่งแรกในเวียนนาในรอบรองชนะเลิศ ส่วนการพบกันในรอบชิงแชมป์นั้น สเปนต้องพบกับเยอรมนีที่เปิดเกมอย่างดุเดือด แต่ที่สุดแล้วก็พบว่าสเปนทำได้ดีกว่า ด้วยการทำซิงเกิ้ลสกอร์ในนาทีที่ 33 และคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรปี 2008 ไปครอง

 

ปี 2012 สเปน ปะทะ อิตาลี

สเปนถล่มอิตาลี ขึ้นเป็นแชมป์ยูโรอีกสมัยด้วยสกอร์ 4-0 โดยประตูแรกได้จากเดวิด ซิลวา ที่สามารถทะลวงด่าน โหม่งลูกเข้าโกลไปได้ในนาทีที่ 14 ของการแข่งขัน ส่วนประตูที่สอง สเปนบุกทำคะแนนในครึ่งหลัง โดยฝีมือของจอร์ดี อัลบา ซึ่งในครั้งนั้นถือเป็นแต้มระดับอินเตอร์ฯ แต้มแรกของเขา ตามมาด้วยประตูที่สามจากการยิงของธิเอโก้ มอตต้า ซึ่งเป็นประตูที่ทำให้ผู้เล่นฝ่ายอิตาลีบาดเจ็บจนต้องหามใส่เปล จบเกมสเปนชนะได้เป็นแชมป์ และทิ้งให้อิตาลีเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน

2012

ถือเป็นตำนานที่ดุเด็ดเผ็ดมัน สำหรับ 14 รอบไฟนอลของการแข่งขันฟุตบอลยูโรในครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนในปีนี้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง รอติดตามและลุ้นกันได้กลางปีนี้ สำหรับใครที่ต้องการทายเหตุการณ์ในสนาม เพื่อลุ้นรางวัล ตรงไปได้ที่ HappyLuke




Back to Top ↑