โปรตุเกสเขี่ยโปแลนด์ หลุดรอบรองชนะเลิศยูโร 2016

ศึกฟุตบอลยูโร 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่แรกทีมชาติโปแลนด์พบกับทีมชาติโปรตุเกส ในวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ สนาม สต๊าดเวโลโดรม เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส โดยทีมชาติโปแลนด์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้จากการเอาชนะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ด้วยการดวลจุดโทษ 5 ประตูต่อ 4 หลังจากที่เสมอกันการเกม 120 นาทีด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 1 ส่วนทีมชาติโปรตุเกสเข้ามาพบกับโปแลนด์จากการเอาชนะทีมชาติโครเอเชีย 1 ประตูต่อ 0 อย่างหวุดหวิดด้วยลูกโหม่งของ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ในนาทีที่ 117 ก่อนที่จะหมดเวลาใน 120 นาที และผลการแข่งขันในนัดนี้ปรากฏว่าทีมชาติโปรตุเกสเฉือนเอาชนะทีมชาติโปแลนด์มาได้ด้วยจุดโทษ 5 ประตูต่อ 3 หลังจากการแข่งขันในเกม 120 นาที ผลออกมาเสมอที่ 1 ประตูต่อ 1 โปรตุเกสผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศและเตรียมตัวพบกับผู้ชนะศึกในวันนี้ระหว่างทีมชาติเวลส์และทีมชาติเบลเยี่ยม



อ่านรีวิว
M88

อ่านรีวิว
m88-logo-png

อ่านรีวิว
M88

 

ในศึกรอบ 8 ทีมอดัม นาวาลก้า ผู้จัดการทีมชาติโปแลนด์ ยังคงส่งนักเตะชุดเดิมลงสนาม นำทีมโดย โรเบิร์ตเลวานดอฟสกี้ ร่วมเปิดเกมรุกกับ อาร์คาดิอุส มิลิค ส่วนกองกลางส่ง เกอร์เซกอร์ซครีโชเวียคลงคุมเกมพร้อมกับ คริสตอฟ มาซินสกี้ ส่วนตำแหน่งริมเส้นยังคงเป็น คามิลโกรซิชกี้ และ ยาคุบบลาซซีคอฟสกี้  และผู้รักษาประตูส่ง ลูคัสฟาเบี้ยนสกี้ ลงป้องกันประตู ส่วนฝั่งโปรตุเกส กุนซือทีมอย่างเฟอร์นานโด ซานโตส ได้ส่งตัวเต็งอย่าง คริสเตียโน่โรนัลโด้ ลงสนามคู่กับ นานี่ ในแดนรุก ส่วนแดนกลางได้ส่ง เรนาโต้ ซานเชส ลงเล่นตัวจริงร่วมกับ วิลเลี่ยมคาร์วัลโญ่ และ อาเดรียนซิลวา และในแดนรับได้ส่ง เปเป้ ลงเล่นร่วมกับ ริคาร์โด้คาร์วัลโญ่ และผู้รักษาประตูยังคงวางใจ รุย ปาตริซิโอ ลงเฝ้าเสา

1467323524_renato-sanches-portugal-poland         ในช่วงครึ่งเกมแรก ทีมชาติโปแลนด์สามารถทำประตูขึ้นนำไปก่อนเพียงแค่เริ่มเกมไม่นาน โดยในนาทีที่ 2 เกอร์เซกอร์ซครีโชเวียค ได้เปิดบอลยาวมาทางซ้าย ผ่านเซดริก ซัวเรส ที่สกัดบอลพลาดผ่านไปถึง คามิลโกรซิชกี้ พาบอลเข้าไปส่งต่อให้ โรเบิร์ตเลวานดอฟสกี้ ยิงบอลด้วยเท้าขวาผ่านมือ รุย ปาตริซิโอ ผู้รักษาประตูโปรตุเกสเข้าตาข่ายไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้โปแลนด์ขึ้นนำโปรตุเกส 1 ประตูต่อ 0 อย่างรวดเร็ว ซึ่งนับว่าเป็นประตูแรกของ โรเบิร์ตเลวานดอฟสกี้ ในศึกยูโรปีนี้ด้วย ต่อมาในนาทีที่ 17 โปแลนด์เกือบได้ประตูที่สอง โดยอาร์คาดิอุส มิลิค ส่งบอลจากทางขวาให้ โรเบิร์ตเลวานดอฟสกี้ หลบสกัดจาก เปเป้ แล้วเข้ายิงระยะ 17 หลาไปที่เสาแรก แต่ รุย ปาตริซิโอ รับบอลเอาไว้ได้ จากนั้นในนาทีที่ 28 โปรตุเกสเริ่มเปิดเกมรุกบ้าง โดยสามารถตัดบอลมาจาก ลูคัสซ์พิซเซ็ค มาที่ คริสเตียโน่โรนัลโด้ พาบอลหลบจาก คริสตอฟ มาซินสกี้ แล้วยิงบอลด้วยเท้าขวา ก่อนที่ ลูคัสฟาเบียนสกี้ ผู้รักษาประตูโปแลนด์จะสามารถรับบอลไว้ได้ และในนาทีที่ 33 แฟนบอลโปรตุเกสก็เฮลั่นสนาม เนื่องจากโปรตุเกสสามารถทำประตูตีเสมอได้ โดย เรนาโต้ ซานเชส พาบอลขึ้นมาทางขวาและส่งเข้ากลางให้ นานี่ ที่ส่งคืนให้ เรนาโต้ ซานเชส ชิ่งเตะบอลอย่างเต็มแรงผ่าน เกอร์เซกอร์ซครีโชเวียค และผ่านมือ ลูคัสฟาเบียนสกี้ เข้าประตูไป ส่งผลให้จบครึ่งแรกโปรตุเกสเสมอโปแลนด์ที่ 1 ประตูต่อ 1

hi-res-ab45676dae7ebc675c62114bfc6b4647_crop_north         ในช่วงครึ่งหลัง นาทีที่ 56 โปรตุเกสได้ลุ้นประตูขึ้นนำ โดย นานี่ เปิดบอลให้ คริสเตียโน่โรนัลโด้ที่พาบอลเข้าเขตโทษและยิงด้วยเท้าซ้าย แต่บอลหลุดเข้าข้างประตูไปอย่างน่าเสียดาย โปแลนด์เร่งเกมรุกอย่างน่ากลัวในนาทีที่ 69 โดยอาเทอร์ เยเดอร์เซชีค ร่วมกับ คามิลโกรซิชกี้ พาบอลหลุดเข้าไปทางด้านซ้ายแล้วเปิดกลับมาให้ที่ อาร์คาดิอุส มิลิค ยิงเต็มแรงด้วยเท้าซ้าย แต่ รุย ปาตริซิโอ รับบอลไว้ได้อย่าหวุดหวิด ต่อมาในนาทีที่ 78 โปรตุเกสผลัดขึ้นมารุกอีกครั้ง โดย ชูเอา มาริโอ เตะมุมขวาให้ โชเซ่ ฟอนเต้ เตะบอลไปทางประตู แต่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ป้องกันประตูไว้ได้ และในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที โปรตุเกสและโปแลนด์ก็ผลัดกันบุกทำประตู แต่ก็ไม่มีทีมใดสามารถทำประตูที่สองได้ จบเกม 120 นาทีที่เสมอกัน 1 ประตูต่อ 1 และต่อกันในศึกดวลลูกโทษ ซึ่งเป็นฝ่ายโปรตุเกสที่เอาชนะโปแลนด์ไปได้ 5 ประตูต่อ 3 โปรตุเกสผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับผู้ชนะระหว่างเวลส์และเบลเยี่ยมต่อไป

เตรียมตัวและเตรียมใจเชียร์โปรตุเกสในรอบถัดไปได้ที่ Dafabet


About the Author

เมย์ สปอร์ตกูรูที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกทางด้านกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ซึ่งถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่ด้วยความชื่นชอบเป็นพิเศษ ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มตัว จากแฟนบอลกลายเป็นเซียนกีฬา และปัจจุบันนี้เมย์เป็นหนึ่งในนักเขียนหลักของเราที่มีความสามารถ และความพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวบนโลกกีฬา ให้คุณได้รับรู้มุมมองที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน




Back to Top ↑