‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’ ประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการ

แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ สุดยอดกองกลางของวงการฟุตบอล ได้ประกาศแขวนเกือกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2017 ที่ผ่านมา จบอาชีพพ่อค้าแข้ง 21 ปีของเขาลงพร้อมกับถ้วยรางวัลต่าง ๆ มากมายในระดับสโมสรโดยเฉพาะกับเชลซี รวมไปถึงสถิติการยิงประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตลอดกาลจากผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง ความเป็นมืออาชีพ ความขยันวิ่งขึ้นลงไม่มีหมดและสไตล์การเล่นแบบ Box to Box ของเขา ทำให้มิดฟิล์ดวัย 38 ปีรายนี้กลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีกอังกฤษโดยไม่ต้องสงสัย

เขาสามารถถล่มตาข่ายถึง 147 ลูกจากการลงเล่น 429 เกมในถิ่นสิงห์บลูตั้งแต่ปี 2001-14 และเป็นกำลังหลักช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดถึง 3 สมัย, FA คัพ 4 สมัย และ UCL อีกสมัยในปี 2012 โดยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับสโมสรเวสต์แฮมและจบอาชีพการค้าแข้งโดยการยืมตัวระยะสั้น ๆ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะไปลงเล่นกับนิวยอร์ค เร้ดบูล ในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ในอเมริกาเป็นที่สุดท้าย แทงบอลออนไลน์ พนันกีฬา คลิกเลย

มีเพียงอลัน เชียร์เลอร์, เวย์น รูนีย์ และแอนดี้ โคลเท่านั้นที่สามารถทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากกว่าสถิติของแลมพาร์ดที่ทำไว้ถึง 178 ประตตลอดการค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก และมีเพียงไรอัน กิ๊กส์และแกเร็ธ แบร์รี่เท่านั้นที่ลงสนามมากกว่าแลมพาร์ดที่ลงสนามในลีกสูงสุดไปถึง 609 เกม นอกจากนี้เขายังลงเล่น 106 เกมให้กับทีมชาติอังกฤษ

“ผมได้รับข้อเสนอที่ดีมากมายจากหลายสโมสรทั้งในอังกฤษและต่างแดน แต่ผมอายุ 38 แล้วนะ ผมคิดว่ามันเป็นเวลาที่ดีสำหรับการเริ่มต้นก้าวต่อไปของชีวิต” แลมพาร์ดกล่าวผ่าน Twitter ส่วนตัว เพราะตอนนี้เขาจะเริ่มเรียนเพื่อเป็นโค้ชตามอย่างพ่อของเขาหรือแฟรงค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์

การพาเชลซีผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นหนแรกของสโมสรภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือ “The special one” โจเซ่ มูริญโญ ทำให้เขาได้รับการโหวตเข้าชิงรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่าประจำปี 2005 ร่วมกับโรนัลดิญโญและสตีเว่น เจอร์ราดนั้น “แน่นนอนที่สุด ทั้งหัวใจของผมมันเป็นของเชลซี สโมสรมอบความทรงจำที่ดีมากมายแก่ผม” แลมพาร์ดกล่าว “ ผมไม่มีวันลืมโอกาสที่พวกเขามอบให้กับผมและความสำเร็จที่เราได้ร่วมสร้างด้วยกันที่นั้น” แลมพาร์ดเสริม

แม้ว่าเขาจะทำประตูไปถึง 29 ประตู (รวม 9 จุดโทษ) ให้กับทีมชาติอังกฤษ แต่เขาไม่สามารถจะประสบความสำเร็จมาสู่ระดับชาติได้เลย เนื่องจากในตอนนั้นในทีมชาติอังกฤษไม่สามารถหาสมดุลของส่งสามมิดฟิล์ดตัวรุกชั้นเยี่ยมอย่างแลมด์พาร์ด สตีเว่น เจอร์ราด และพอล สโคลส์ ลงเล่นเป็นตัวจริงกองกลางทีมชาติอังกฤษอย่างไร




Comments are closed.

Back to Top ↑

BettingTop10