เส้นทางที่ไม่ง่าย! มาเน่ เผยชีวิตวัยเด็กที่ลำบากสู่ดาวเตะของหงส์แดงในวันนี้

พงศกร
โดย: พงศกร
ซาดิโอ มาเน่

“หงส์แเดง” ลิเวอร์พูล แห่งลีกสูงสุดเมืองผู้มีชายคนหนึ่งที่เป็นนักเตะคนสำคัญของทีม ชายผู้ที่จากทวีปแอฟริกาข้ามน้ำข้ามทะเลมาไล่ล่าความฝันในยุโรป คนที่แฟนบอลหลายๆ คนบอกว่าฤดูกาลนี้ฟอร์มตกลงไปแต่แล้วเขาก็คืนฟอร์มเก่งกลับมา และเขาก็คือ ‘ซาดิโอ มาเน่’ นั่นไงจะใครล่ะ

ในฤดูกาล 2017/18 นี้ จนมาถึง ณ เวลานี้ บอกได้เลยฟอร์มการเล่นของ มาเน่ ไม่ได้ดร็อปลงไปเลย แต่กลับพัฒนามากขึ้นไปอีก ในบทบาทนักฟุตบอลทุกคนคงรู้จักเขาดีอยู่แล้ว ในบทความจึงเผยอีกด้านหนึ่งของเขาเมื่อครั้งยังวัยเยาว์ที่ต่อสู้กับโชคชะตา ก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้

เดิมพันทีมหงส์แดงของ มาเน่ ในพรีเมียร์ลีก ที่ M88

เด็กในครอบครัวยากจนที่ความฝันเดียวคือ ฟุตบอล

ซาดิโอ มาเน่เมื่อวันที่ 10 เมษายน ปี 1992 วันเดียวกันกับ เอียน คัลลาแฮน ตำนาน ลิเวอร์พูล เจ้าของสถิติลงสนามมากที่สุดตลอดกาลของสโมสร เด็กน้อยที่ชื่อว่า ซาดิโอ่ มาเน่ ได้ลืมตาดูโลกที่เมืองเซดีอู ประเทศเซเนกัล พวกเขาทั้งคู่มีอายุห่างกัน 50 ปีพอดิบพอดี สมัยเด็ก มาเน่ อาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่หลายๆ คน ซึ่งต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก ไม่มีแม้แต่เงินที่ไปเรียนหนังสือ

“ครอบครัวไม่มีเงินส่งผมไปเรียนหนังสือ ผมจะออกไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ที่ถนนทุกเช้าและเย็น ตอนเด็กผมคิดถึงสิ่งเดียว นั้นคือ พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลเดียวที่เคยดูในทีวี และเป็นความฝันเดียวตอนอายุ 2 หรือ 3 ขวบ ผมจำได้ว่ายู่กับลูกฟุตบอลเสมอ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผมบนท้องถนน เมื่อเริ่มโตขึ้นตอนที่ทีมชาติลงแข่ง ผมเฝ้าดูพวกเขา ผมดูฮีโร่ของผม และก็จินตนาการว่าสักวันจะเป็นเหมือนพวกเขาให้ได้” Fun88 แทงบอล พนันกีฬา คลิกเลย

ฟุตบอลโลก 2002 ที่ทำให้ มาเน่ จริงจังบนเส้นทางนี้

การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 เป็นจุดที่ทำให้ มาเน่ เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง ในปีนั้นที่ทีมชาติเซเนกัลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึงผู้เล่นของทัพสิงโตแห่งเตรังก้ามาร่วมทีม 2 ราย คือ ซาลิฟ ดิเยา และ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ นั้นเอง

“หลังจากฟุตบอลโลกจบลงไป ผมและเพื่อนๆ เริ่มเล่นทัวนาเมนต์เล็กๆ ในหมู่บ้าน ผมเริ่มเอาจริงเอาจังกับฟุตบอลมากขึ้น ผมชนะทุกนัดจนทุกคนบอกผมว่าผมเก่งที่สุดในหมู่บ้าน แต่ครอบครัวของผมไม่เคยมีใครเป็นนักฟุตบอลมาก่อน พวกเขาให้ความสำคัญทางศาสนา เมื่อพวกเขาเห็นว่าในสมองและหัวใจของผมมันมีแต่ฟุตบอล ผมจึงโน้มน้าวลุงของผมให้ยอมปล่อยผมออกไปเมืองเล็กๆ ไปเรียนรู้ทักษะฟุตบอลเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะเดินทางไป ดาการ์ เมืองหลวงของประเทศ”

ความหวังของหมู่บ้าน เด็กน้อยออกเดินทางตามฝันในโลกกว้าง

ในช่วงแรกครอบครัวไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยเขาไป แต่แล้วพวกเขาก็เห็นว่าฟุตบอลสำคัญสำหรับ มาเน่ มากมายแค่ไหน ในท้ายที่สุดลุงและครอบครัวช่วยกันขายพืชผล เพื่อส่ง มาเน่ ไปสู้ชีวิตด้วยตัวเขาเอง ไม่เพียงแต่คนในครอบครัวเท่านั้น รวมไปถึงคนอื่นๆในหมู่บ้านที่มองเห็นพรสวรรค์ของเขาตั้งแต่เด็กๆ ก็รวบรวมเงินและส่งมาให้เพื่อแน่ใจว่าเด็กชายที่เป็นความหวังของหมู่บ้านมีงบมากพอที่จะเผชิญโลกกว้าง

“ลุงช่วยผมมากๆ รวมทั้งเกือบทุกคนในหมู่บ้านที่รวบรวมเงินให้ผม เมื่อไปถึงชานเมืองดาการ์ ผมอยู่กับครอบครัวที่ผมแทบจะไม่รู้จักพวกเขาเลย ผมมอบเงินที่มีพวกเขาและอธิบายแรงจูงใจของผม ในที่สุดพวกเขาจะยอมให้ผมอยู่ด้วย พวกเขาดูแลผมดีมากๆ ช่วยเหลือทุกอย่าง ทำให้ผมกังวลแค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น”

คำสบประมาทและการตอบกลับด้วยฝีเท้าอันน่าทึ่ง

มาเน่ ได้ทดสอบฝีเท้ากับทีมอคาเดมี่ชื่อดังของประเทศเซเนกัลทีมหนึ่งตามความมุ่งหมาย แต่พอมาถึงแล้วกลับพบคำสบประมาท ดูถูก และกิริยารังเกียจ เนื่องจากการที่เขายากจน

“เมื่อผมไปถึงวันถัดมาผมออกไปทดสอบฝีเท้ากับทีม ผมเห็นเด็กคนอื่นกำลังทดสอบฝีเท้าเพื่อเข้าร่วมทีม ผมลืมสิ่งนั้นไม่ได้เลย แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องตลกไปแล้ว ผมจำได้ตอนที่มีชายที่มีอายุคนหนึ่ง เขามองที่ผมเหมือนกับว่ามาผิดที่ เขาถามว่า มาเพื่อทดสอบฝีเท้าหรอ? ผมก็ตอบว่า ใช่ครับ เขาถามต่อว่า ด้วยรองเท้าคู่นั้นหรอ? เขามองที่รองเท้าผม แล้วพูดว่าคุณจะเล่นฟุตบอลได้อย่างไรถ้าใส่รองเท้าคู่นั้น? มันดูแย่มากๆ เก่าแล้วก็ขาด แล้วดูกางเกงสิ? คุณไม่มีแม้แต่กางเกงเล่นฟุตบอลที่เหมาะสม”

“ผมจึงบอกเขากลับไปว่า ผมมาที่นี่ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถมีได้ และผมต้องการเพียงอย่างเดียวคือการลงสนามเพื่อแสดงความสามารถ ตอนที่ผมลงสนามพวกคุณน่าจะได้เห็นสีหน้าสุดประหลาดใจของชายคนนั้น หลังจากจบการทดสอบ เขาเดินมาหาผมแล้วบอกว่าเขาเลือกผมแบบไม่ลังเลใจเลย หลังจากนั้นผมก็ได้ร่วมทีมอคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นนั้น”

ฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมพาเขาข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ลูกหนังยุโรป

มาเน่ พิสูจน์ฝีเท้าตัวเองในอคาเดมี่ เจเนอเรชั่น ฟุต (Generation foot) กว่า 2 ฤดูกาล พร้อมสถิติที่ไม่เป็นทางการเปิดเผยไว้ว่าเจ้าตัวทำประตูกว่า 131 ลูก จาก 90 นัด จนเตะตาแมวมองชาวฝรั่งเศสและพาเขาเดินทางสู่แดนน้ำหอมด้วยวัย 15 ปี เพื่อลงเล่นกับ เม็ตซ์ ทีมในลีก เอิง ฝรั่งเศส

และได้นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ มาเน่ บนเส้นทางลูกหนังในทวีปยุโรป ก่อนย้ายไปสโมสร เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในลีกออสเตรีย และเล่นในลีกในฝันอย่าง พรีเมียร์ลีก กับ เซาธ์แฮมป์ตัน จนปัจจุบันนี้ มาเน่ ได้มาค้าแข้งกับทีมที่นักเตะทีมชาติเซเนกัลฮีโร่ของเขาเคยค้าแข้งอยู่อย่าง ลิเวอร์พูล และพร้อมเดินหน้าสร้างตำนานในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป พร้อมทั้งเขาก็ยังฝันเป็นจริงช่วยพาทีมชาติเซเนกัลไปเล่นในฟุตบอลโลก 2018 อีกด้วย

เดิมพันได้ที่นี้:

                                                                         

BACK TO TOP