เรื่องราวของ ‘โครเอเชีย’ ประเทศเล็กๆ กับก้าวที่ยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลก 2018

พงศกร
โดย: พงศกร

จากทีมชาติม้ามืดสู่ทีมที่เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 กับผลงานที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีมชาติโครเอเชีย และการสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้วงการลูกหนัง

ทีมชาติโครเอเชีย ในปัจจุบันตามการจัดอันดับของฟีฟ่า ทีมชาติโครเอเชีย อยู่ในอันดับที่ 20 โดยพวกเขาเคยทำอันดับได้ดีที่สุดถึงการรั้งอันดับ 3 เมื่อตอนปี 1998 ในยุคที่ทีมประกอบไปด้วยสตาร์ดังอย่าง ดาวอร์ ซูเคอร์ และ สโวนิเมียร์ โบบัน แต่ทว่าทัพตราหมากรุกในฟุตบอลโลก 2018 ก็สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาฟุตบอลหรือที่ชาวโครเอเชียเรียกว่า “โนโกเมต” (nogomet) ด้วยการเข้าสู่รอบชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก ซึ่งสามารถอ่านพรีวิว ‘ฝรั่งเศส vs โครเอเชีย’ รอบชิงฯ ฟุตบอลโลก 2018 ได้ที่นี้ คลิกเลย!

แทงบอล ‘โครเอเชีย’ นัดชิงฯ บอลโลกที่ WEBET

โดยก่อนหน้านี้ อิกอร์ สติแมช ผู้จัดการทีมชาติโครเอเชียตอนปี 2012 กล่าวว่า “ชาวโครแอตนั้นมีความสามารถในตัวอยู่แล้วโดยธรรมชาติ” ในขณะที่ทาง โรมีโอ โจแซค หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลประเทศโครเอเชีย ได้กล่าวในการสัมภาษณ์กับเมื่อปี 2013 ว่า “พระเจ้าได้มอบเด็กๆ ที่น่าทึ่งและมีความสามารถสูงให้แก่เรา” แต่ทั้งนี้ความสามารถของเด็กๆ จากพระเจ้า อาจไม่ใช่แค่เหตุผลเดียว ที่ส่งผลทำให้ทีมฟุตบอลโครเอเชียประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายแบบที่ใครๆ ต่างก็คาดไม่ถึง

ยุทธศาสตร์พัฒนานักฟุตบอลภายในประเทศโครเอเชีย

ภายในประเทศโครเอเชียได้กำหนดให้โค้ชมุ่งมั่นฝึกสอนทักษะฟุตบอลไปในแนวทางเดียวกัน สำหรับแต่ละช่วงอายุของเยาวชน โดยมีสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิค ในขณะที่สโมสรฟุตบอลทั้งหมดในโครเอเชียต้องเห็นพ้องกันกับแผนนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่า นักฟุตบอลของประเทศโครเอเชียทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ทีมชุดเด็ก ทีมชุดเยาวชน ไปจนถึงทีมชุดใหญ่ ต่างได้รับการปลูกฝังทักษะเกี่ยวกับฟุตบอลไปในทิศทางเดียวกันนั้นเอง

“คุณจำเป็นต้องสร้างวิสัยทัศน์เดียวกันให้นักฟุตบอลตั้งแต่อายุ 12 ปี เมื่อ 4 ปีก่อนนี้ เราคิดค้นหลักสูตรฟุตบอล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางเทคนิคสำหรับทีมฟุตบอลชุดอายุต่ำกว่า 14 ปีและสูงกว่า ซึ่งนักฟุตบอลทุกๆ รุ่นจะต้องทำตามแผนการนี้ เป็นเรื่องของความสามารถ วิสัยทัศน์ และเกณฑ์ในการคัดเลือกที่ชัดเจน” หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลโครเอเชียกล่าว

ทีมชาติโครเอเชียชุดประวัติศาสตร์

การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 นับได้ว่าเป็นผลการแข่งขันที่ดีที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังของทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งมีนักเตะคนสำคัญหลายๆ คนเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ้ มานด์ซูคิช กองหน้าวัย 32 ปี จากสโมสรยูเวนตุส ใน กัสโช เซเรีย อา อิตาลี ผู้ทำประตูชัยให้ทีมตราหมากรุกชนะอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่มิดฟิลด์กัปตันทีมทีมอย่าง ลูก้า โมดริช ก็เล่นให้กับสโมสร เรอัล มาดริด ใน ลาลีก้า สเปน แทงบอลออนไลน์

ซึ่งหลังจบเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ โมดริช ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นว่า เหล่านักวิจารณ์ชาวอังกฤษประเมินทีมชาติโครเอเชียต่ำเกินไป รวมทั้งระบุด้วยว่าผู้เล่นในทีมนำคำสบประมาทว่าทัพโครแอตต้องเหนื่อยล้าจากเกมก่อนหน้ามาเป็นแรงผลักดัน “พวกเราแสดงให้เห็นอีกครั้งแล้วว่า พวกเราไม่เหนื่อย สามารถครองเกมได้ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ มันคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกีฬาโครเอเชีย และพวกเราภูมิใจมากๆ” โมดริช กล่าว

สารจากนายกโครเอเชียถึงผลงานในบอลโลก 2018

และหลังจากโครเอเชียชนะอังกฤษ ทางด้านนายกรัฐมนตรีของโครเอเชีย นายอันเดร เพล็นโควิช ซึ่งในการประชุมของรัฐบาล เขาได้สวมชุดแข่งทีมชาติโครเอเชีย และให้สัมภาษณ์กล่าวว่า “ความสำเร็จของทีมชาติโครเอเชียในครั้งนี้ ได้แสดงถึงความเข้มแข็งของประเทศที่แม้ว่าไม่มีประชากรจำนวนมาก แต่พวกเรามีหัวใจ มีความกล้าหาญ มีความกระตือรือร้นมากมาย” 12Bet แทงบอล พนันกีฬา คลิกเลย

“พวกคนหนุ่มเหล่านี้ได้ก้าวข้ามอีกขั้นจากทีมฟุตบอลอันยอดเยี่ยมยุคปี 1998 ต่อมาภายในเวลา 20 ปี พวกเราได้กลายมาเป็นประเทศที่มีขุมกำลังผู้เล่นฟุตบอลอย่างแท้จริงได้แล้ว” นายกรัฐมนตรีของโครเอเชีย ปิดท้าย

เดิมพันได้ที่นี้:

BACK TO TOP