เยอรมันเฉือนเอาชนะไอร์แลนด์เหนือ 1 – 0

May
โดย: May

ศึกการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม ซี นัดสุดท้าย ทีมชาติเยอรมันลงฟาดแข้งกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ณ สนาม ปาร์ก เดส์ แปร็งส์ ประเทศฝรั่งเศส ในวันอังคารที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลการแข่งขันปรากฏว่าเยอนมันเฉือนเอาชนะไอร์แลนด์เหนือด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 ขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม ซี ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป โดยก่อนการแข่งขัน ทีมชาติเยอรมันได้ลงฟาดแข้งในรอบแบ่งกลุ่ม ซี ไป 2 นัด ซึ่งนัดแรกพบกับทีมชาติยูเครนและเอาชะมาได้ 2 ประตูต่อ 0 เก็บคะแนนไปได้ 3 แต้ม ต่อมาในนัดที่ 2 เยอรมันพบกับทีมชาติโปแลนด์ ผลการแข่งขันเสมอที่ 0 ประตูต่อ 0 แบ่งคนละ 1 แต้ม รวมเยอรมันมีคะแนนสะสม 4 คะแนน ส่วนทางฝั่งไอร์แลนด์เหนือ เกมแบ่งกลุ่มรอบแรกพบกับทีมชาติโปแลนด์ ผลปรากฏว่าไอร์แลนด์เหนือแพ้โปแลนด์ด้วยสกอร์ 0 ประตูต่อ 1 และในนัดที่สองไอร์แลนด์เหนือได้ฟาดแข้งกับยูเครน ซึ่งสามารถเอาชนะมาได้ 2 ประตูต่อ 0 สามารถเก็บคะแนนรวมได้ 3 คะแนนMario Gomez

ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ซี นัดสุดท้ายนี้ กุนซือทีมชาติเยอรมันได้ปรับตำแหน่งนักเตะเพื่อเพิ่มเกมรุกมากขึ้น โดยส่ง มาริโอ โกเมซ ลงตำแหน่งรุก และส่ง มาริโอ เกิทเซ่ ลงแทน ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ และยังปรับตำแหน่งกองหลังขวา โดยส่ง โจชัว คิมมิค ลงสนามแทน เบเนดิค เฮอเวเดส ส่วนฝั่งทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ไม่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งนักเตะเลยจากนัดก่อนที่พบกับยูเครน โดยส่ง คอเนอร์ วอชิงตัน ลงตำแหน่งทัพหน้าเช่นเดิม

 

 

ในครึ่งเกมแรก เยอรมันเป็นฝ่ายครองเกมมากกว่าและพยายามหาจังหวะทำประตูอย่างต่อเนื่อง โดยอินทรีเหล็กเปิดเกมรุกในนาทีที่ 8 เมซุต โอซิล เปิดบอลให้ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ซึ่งพาบอลบุกเดี่ยวไปยิงด้วยเท้าซ้าย แต่ ไมเคิล แม็คโกเวิร์น ผู้รักษาประตูฝั่งไอร์แลนด์เหนือสามารถเซฟบอลไว้ได้ ต่อมาในนาทีที่ 15 เยอรมันบุกอีกครั้ง โดย มาริโอ เกิทเซ่ ยิงรอบแรกแต่ติดบล็อกบอลเด้งกลับไปที่ โจชัว คิมมิค ที่เตะบอลข้ามคานประตูออกไป จากนั้นไม่กี่นาที เมซุต โอซิล ได้บอลในบริเวณเขตโทษ จากนั้น มาริโอ โกเมซ ส่งบอลต่อให้ โธมัส มุลเลอร์ เตะบอลทำประตู แต่บอลได้หลุดเฉียดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมาในนาทีที่ 28 โจชัว คิมมิค เปิดบอลอีกครั้งให้ โธมัส มุลเลอร์ กระโดดโหม่ง แต่บอลพุ่งชนเสาออกไป และต่อมาในนาทีที่ 30 เสียงเฮจากแฟนบอลเยอรมันก็ดังลั่นสนาม เมื่อ เมซุต โอซิล ส่งบอลให้ โธมัส มุลเลอร์ ซึ่งต่อส่งให้ มาริโอ โกเมซ เตะบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้เยอรมันขึ้นนำไอร์แลนด์เหนือ 1 ประตูต่อ 0 เยอรมันยังคงเป็นฝ่ายบุกขึ้นทำประตู โดยในนาทีที่ 35 มาริโอ เกิทเซ่ ยิงบอลด้วยเท้าขวาเต็มแรง แต่บอลพุ่งชนคานออกไป ต่อมาในนาทีที่ 45 เยอรมันได้ลุ้นประตูอีกครั้ง โดย เมซุต โอซิล ส่งบอลให้ มาริโอ โกเมซ ยิงด้วยเท้าขวา แต่บอลก็หลุดกรอบไปอีกครั้ง จบเกมที่เยอรมันนำไอร์แลนด์เหนือที่ 1 ประตูต่อ 0

GettyImages-540887974.0

ต่อมาในครึ่งเกมหลัง เยอรมันยังคงเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง ใครที่ลงเดิมพันแบบสดไว้กับ HappyLuke คงได้มีลุ้นกันตัวโก่ง โดยในนาทีที่ 52 โยชัว คิมมิช ตัดบอลจากทางขวาเข้าเขตโทษให้ มาริโอ เกิทเซ่ พาบอลเข้าไปยิงตรงๆ แต่ ไมเคิล แม็คโกเวิร์น ก็สกัดบอลไว้ได้ และต่อมาไม่ถึงนาที เมซุต โอซิล เปิดบอลจากทางซ้ายให้ มาริโอ เกิทเซ่ ยิงด้วยเท้าขวาเน้นๆ แต่บอลหลุดกรอบประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย ในนาทีที่ 55 กุนซือเยอรมันได้เปลี่ยนตัว มาริโอ เกิทเซ่ ที่ยิงประตูพลาดออก แล้วส่ง อันเดร เชือร์เล่ ลงสนามแทน ต่อมาในนาทีที่ 59 ซามี่ เคดิร่า ยิงประตูในเขตโทษ ไมเคิล แม็คโกเวิร์น ปัดบอลออกไป แต่พ้นเขตโทษ มาริโอ โกเมซ จึงยิงซ้ำ แต่บอลหลุดออกไปทางด้านขวาอย่างเหลือเชื่อ และต่อมาในนาทีที่ 69 เยอรมันได้เปลี่ยนตัวนักเตะอีกครั้ง เพื่อแก้เกมรุก โดยส่ง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงแทน ซามี่ เคดิร่า และส่ง เบเนดิคท์ เฮอเวเดส ลงแทน เยโรม บัวเต็ง เยอรมันยังคงเป็นฝ่ายครองเกมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถหาจังหวะทำประตูที่ 2 ได้ โดยในนาทีที่ 82 โยชัว คิมมิช เปิดบอลให้ มาริโอ โกเมซ เตะบอลหน้าประตู แต่ ไมเคิล แม็คโกเวิร์น ก็สกัดบอลป้องกันประตูที่ 2 ไว้ได้อีกครั้ง นับว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมจริงๆ จบเกมโดยที่เยอรมันไม่สามารถทำประตูที่ 2 ได้ ส่งผลให้เยอรมันเอาชนะไอร์แลนด์เหนือไปได้ 1 ประตูต่อ 0 เยอรมันได้มาอีก 3 คะแนน รวมเป็น 7 คะแนน ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ซี ส่วนไอร์แลนด์เหนือต้องรอลุ้นอันดับ 3 กับกลุ่มอื่นต่อไป

BACK TO TOP