เยอรมนีมุ่งสู่นัดชิงคอนเฟดเดอเรชั่น คัพหลังคว้าชัยชนะ 4-1 เหนือเม็กซิโก

สุรพล
โดย: สุรพล

คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ 2017 รอบ 4 ทีมสุดท้าย สนาม โอลิมปิก สเตเดี่ยม ฟิชท์ ผลการแข่งขัน เยอรมนี 4 ประตู  ( เลออน โกเร็ตซ์ก้า 6,8 , ติโม แวร์เนอร์ 59 , อามิน ยูเนส 90+1 ) เม็กซิโก 1 ประตู ( มาร์โก้ ฟาเบียน 89 )

เลออน โกเร็ตซ์ก้า เบิกทางให้ทีมอินทรีย์เหล็กขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ในการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่น คัพ 2017 รอบ 4 ทีมสุดท้าย ก่อนจะย้ำชัยชนะด้วยสกอร์ 4-1 ประตูเหนือทีมจังโก้ เม็กซิโกในที่สุด

ดาวเตะ ชาลเก้ 04 วัย 22 ปี ซัดไปสองตุงให้พลพรรคอินทรีย์เหล็กขึ้นนำอย่างรวดเร็วภายในเวลาแปดนาที ก่อนที่ติโม แวร์เนอร์จะยิงอีกประตูได้ตอนเกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เพื่อยืนยันความมั่นใจในการเข้ารอบชิง ซึ่งทาง M88 ก็มั่นใจว่า พวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์ถ้วยนี้มาครองได้สำเร็จ

ตัวสำรองของทีมจังโก้ มาร์โก้ ฟาเบียน ตีไข่แตกให้ทีมได้ในนาทีสุดท้ายของเกมการแข่งขัน ด้วยลูกยิงไกลสุดสวยที่ทำเอางงกันทั้งสนาม ซึ่งไม่มีใครคิดว่าเขาจะยิงจากระยะนั้นได้ แต่แล้วทีมของโยอาคิม เลิฟ ก็ยังแถมให้แฟนๆอีกหนึ่งลูกเป็นประตูที่สี่เพื่อยืนยันความยิ่งใหญ่ของขุนพลดาวรุ่งอินทรีย์เหล็กชุดนี้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งทีมของเขาเข้าไปชิงชนะเลิศกับชิลีต่อไป

จบเกม เลออน โกเร็ตซ์ก้า ซึ่งซัดไปสองประตูในเกมนี้ให้สัมภาษณ์ว่า ผมดีใจที่จะได้เจอกับชิลีอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ เพราะนัดก่อนหน้านี้ที่เจอกับชิลีนั้นผมรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ แต่หลังจากจบเกมที่พบกับเม็กซิโก เรามั่นใจมากขึ้นและรู้เลยว่าเรามีทีมที่ยอดเยี่ยม เราเริ่มต้นได้ดีในเกมนี้ มันได้เปรียบเป็นอย่างมากกับ 2 ประตูที่เราขึ้นนำเร็ว รอบชิงเรามีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าทีมของเราตอนนี้เป็นยอดทีมระดับโลกอย่างแท้จริง ”

โดยทั้งสองทีมเคยเจอกันแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม ปรากฎว่าทีมเยอรมนีต้องเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอแชมป์จากทวีปอเมริกา ใต้ 1-1 โดยเมื่อเปรียบเทียบตัวผู้เล่นกันแล้วยังเห็นได้ชัดว่าทีมดาวรุ่งของโยอาคิม เลิฟ ยังเป็นรองตัวผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์ของชิลีอยู่ แต่ดูจากฟอร์มนัดรองชนะเลิศแล้ว จะเห็นได้ว่าเลือดใหม่ของทีมอินทรีย์เหล็กนั้นประมาทไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ทีมแชมป์โลก เยอรมนี ชนะอย่างต่อเนื่องมา 14 แมตช์แล้ว นัดหน้าพวกเขาจะต้องพบกับทีมสุดหินอย่างชิลีในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่น คัพ 2017 ซึ่งต้องมาดูกันว่าพวกเขาจะสามารถรักษาสถิติต่อไปได้หรือไม่

BACK TO TOP