เปิดตำนาน ‘ศึกแดงเดือด: แมนฯยู vs ลิเวอร์พูล’ เรื่องนี้มีอะไรมากกว่าฟุตบอล

เมื่อพูดถึง ศึกแดงเดือน ระหว่างทีมปิศาจแดง แมนฯยู และทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล แฟนบอลทั่วโลกคงทราบดีถึงความยิ่งใหญ่ ศักดิ์ศรี และพลังแฟนบอลล้นหลาม เรียกว่าเป็นแมตช์หยุดโลกก็ว่าได้ ซึ่งวันเสาร์ทั้งสองทีมก็โคจรมาพบกันอีกครั้งในรายการพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017-18 นัดที่ 2 ดังนั้นเรามาอุ่นเครื่องด้วยการย้อนรอยประวัติศาสตร์ตามดูตำนานของศึกนี้กัน

จากคู่แข่งทางการค้า …

ย้อนกลับไปเมื่อ 120 กว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นยังไม่มีสโมสรฟุตบอล เมืองแมนเชสเตอร์เป็นเมืองอุตสาหกรรมผลิตฝ้ายดิบที่รุ่งเรือง ส่วนเมืองลิเวอร์พูลเป็นเมืองท่าเรือที่เก็บโกยเงินเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งทางลิเวอร์พูลจะเป็นเมืองเชื่อมความสัมพันธ์เกาะอังกฤษกับดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือไปยังอเมริกา เรียกได้เมื่อก่อนทั้งสองเมืองอาจจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน เนื่องจากแมนเชสเตอร์ไม่มีการคมนาคมทางน้ำ จึงต้องผ่านทางลิเวอร์พูล ทั้งการเดินทางและส่งออก

แต่แล้วในปี 1870 เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ ผู้คนดิ้นรนเอาตัวรอด ทางแมนเชสเตอร์ เกิดความคิดว่า ลิเวอร์พูลเก็บเงินค่าผ่านทางเรือและทางรถไฟสูงเกินไป ทำให้ชาวแมนเชสเตอร์เดือดร้อนกัน ดังนั้นแมนเชสเตอร์จึงระดมเก็บเงินทุนเพื่อขุดคลองยาวมาจากแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ สร้างท่าเรือและขุดคลองเดินสายเข้าเมืองตัวเอง และเปิดทำการตั้งแต่ตอนปี 1894 จากการทำท่าเรือนี้ ส่งผลให้ลิเวอร์พูลขาดรายได้อย่างมหาศาลทันที และนั้นทำให้ชาวลิเวอร์พูลตกงาน นำไปสู่ความแค้นเคืองเล็กน้อยในอดีต และกลายจุดเริ่มต้นรอยบาดหมางระหว่างทั้งสองสโมสรฟุตบอล

สู่การแย่งชิงความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนัง …

ต่อมาทั้งสองเมืองก่อสโมสรฟุตบอล ซึ่งทั้งสองทีมเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ  ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกตอนปี 1963-1964 จากการคุมทีมของ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้แชมป์ลีกปีต่อมา ทั้งสองทีมสลับกันได้แชมป์และไล่บี้กันอย่างมันส์สลับกันปีต่อปี และเมื่อทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ครองแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1968 ฝั่ง ลิเวอร์พูล ก็ไม่ยอมคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ถึง 4 สมัย และกลายเป็นหน้าเป็นตาอังกฤษ รวมทั้ง ลิเวอร์พูล เก็บถ้วยรางวัล ดิวิชั่น 1 ถึง 11 สมัย

เชียร์ ‘ศึกแดงเดือด’ ให้สนุกมากกว่า เดิมพันกับ GDWBET

ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด มือเปล่ายาวๆ ถึง 26 ปี จนกระทั่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก้าวเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมที่ชุบชีวิตให้ทีมปิศาจแดงอีกครั้ง และพาทีมคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 8 ได้สำเร็จ ตอนปี 1992-1993 เป็นเวลากว่า 26 ปีที่ป๋าเฟอร์กี้คุมทีมสามารถพาปีศาจแดงคว้าแชมป์ถึง 20 สมัย และหงส์แดงกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้งตอนปี 2004-2005 ที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ

จากอดีตถึงปัจจุบันและกำลังจะพบกันอีกครั้งคืนวันเสาร์นี้ …

แต่หลังจากอิสตันบลูไนท์ของ ลิเวอร์พูล และการที่ เซอร์อเล็กซ์ ปิดตำนานวางมือจาก  แมนฯยูไนเต็ด สองสโมสรเสื้อแข่งสีแดงแห่งเกาะอังกฤษก็ไม่ได้แตะถ้วยยุโรปหรือว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาจนถึงปัจจุบัน ผีแดงอาจจะดูดีกว่าเพราะมีโทรฟี่รายการอื่นๆ มาประดับตู้โชว์สโมสรประปราย แต่กลายเป็นหงส์แดงที่ครองแชมป์ว่าวบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ ส่วนศึกแดงเดือดที่จะฟาดแข้งกันในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคมนี้ มีตำแหน่งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นเดิมพัน ความมันส์จะไปไหน แฟนบอลทั้งหลายจงห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง  

Tags: ,


About the Author

เล่นกีฬาฟุตบอลค่อนข้างแย่ แต่มีความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ อ่านข่าวกีฬาเป็นงานอดิเรก มีความเป็นกูรูในตัวสูง ชอบคุยเรื่องฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘พรีเมียร์ลีก’ อังกฤษ ที่เรียกได้ว่า เขาคือแฟนพันธุ์แท้ ก็ยังได้ เป็นคนชอบความท้าทาย และมีความสุขกับงานที่รัก คือ การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอล ให้ทุกๆ คนได้อ่านและสนุกไปกับงานของเขา



Back to Top ↑

BettingTop10