ศึกแบ่งกลุ่มอี นัดสุดท้าย ไอร์แลนด์ชนะอิตาลี 1 – 0

ศึกการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม อี นัดสุดท้าย ทีมชาติไอร์แลนด์พบกับทีมชาติอิตาลี ในวันพุธที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ สนาม สต๊าด ปิแอร์ โมรัว ประเทศฝรั่งเศส ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมชาติไอร์แลนด์เฉือนเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศสที่ขึ้นเป็นแชมป์กลุ่มได้ด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 และสามารถเก็บ 3 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป โดยจะเข้าไปฟาดแข้งกับเจ้าภาพทีมชาติฝรั่งเศสในรอบถัดไป ก่อนการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม อี นัดสุดท้ายนี้ ทั้งสองทีมได้ลงสนามในฤดูกาลนี้มาแล้ว 2 เกม โดยฝั่งไอร์แลนด์ได้ลงสนามรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกพบกับทีมชาติสวีเดน ซึ่งผลออกมาเสมอที่ 1 ประตูต่อ 1 ส่วนนัดที่ 2 ไอร์แลนด์พบกับทีมชาติเบลเยี่ยมและผลออกมาไอร์แลนด์โดนถล่มไปด้วยสกอร์ 0 ประตูต่อ 3 ส่งผลให้ไอร์แลนด์มีคะแนนสะสมเพียงแค่ 1 คะแนน ส่วนฝั่งทีมอิตาลีได้ลงสนามนัดแรกพบกับทีมชาติเบลเยี่ยมและสามารถเอาชนะไปได้ 2 ประตูต่อ 0 เก็บ 3 แต้มมาได้ในรอบแรก ต่อมาในนัดที่ 2 อิตาลีลงฟาดแข้งกับทีมชาติสวีเดนและก็สามารถเอาชนะมาได้อีกด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 ส่งผลให้อิตาลีขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มด้วยคะแนนรวม 6 คะแนน ได้ใจชาวโลกไปเต็มๆ สำหรับทีมชาติอิตาลี ใครที่อยากส่งให้พวกเขาเข้ารอบลึกกว่านี้ คลิกเพื่อพบอัตราเดิมพันดีๆ ได้ที่ 188bet



อ่านรีวิว
M88

อ่านรีวิว
m88-logo-png

อ่านรีวิว
M88

 

ในศึกแบ่งกลุ่ม อี นัดสุดท้ายนี้ ไอร์แลนด์ต้องชนะเท่านั้น เพื่อที่จะได้ลุ้นอันดับสามที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบ 16 ทีมต่อไปได้ ในขณะที่ทางอิตาลีนั้นได้ลอยลำเข้ารอบต่อไปแล้วอย่างแน่นอนไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม ในเกมนี้ทางไอร์แลนด์ได้ส่ง เจมส์ แม็คคลีน ลงตำแหน่งกองกลางคู่กับ เจมส์ แม็คคาร์ธี และยังส่ง ดารีล เมอร์ฟี่ และ เชนลอง ลงแนวรุกด้วย ส่วนทางฝั่งอิตาลี ได้ส่ง ชิโร่ อิมโมบิเล่ แลพ ซิโมเน่ ซาซ่า ลงตำแหน่งกองหน้า ส่วนตำแหน่งกลางได้ส่ง สเตฟาโน่ สตูราโร่ และ ติอาโก้ ม็อตต้า ลงคุมเกimg_1466673329_liveblog-image

ในครึ่งเกมแรก ไอร์แลนด์เปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง โดยในนาทีที่ 9 ดารีล เมอร์ฟี่ แนวรุกไอร์แลนด์ได้เปิดโหม่งบอลให้ เจฟฟ์ เฮนดริก ที่เตะบอลเต็มแรง แต่บอลหลุดกรอบประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย ไอร์แลนด์ยังคงบุกขึ้นมาอีกในนาทีที่ 21 โดยร็อบบี้ เบรดี้ ตัดบอลมาจากทางซ้ายแล้วส่งต่อให้ ดารีล เมอร์ฟี่ กระโดดพุ่งตัวโหม่ง แต่ ซัลวาตอเร่ ซิริกู ประตูฝั่งอิตาลีสามารถปัดบอลออกไปได้ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ยังคงเป็นเกมของไอร์แลนด์อยู่ โดยสตีเฟ่น วอร์ด เปิดบอลมาให้ เชน ดัฟฟี่ ที่พุ่งเข้ามาส่งบอลหวังทำประตูแรก แต่บอลพุ่งหลุดกรอบประตูออกไปอีกครั้ง ต่อมาในนาทีที่ 43 อิตาลีได้เปิดเกมบุกขึ้นมาบ้าง โดยแนวรับฝั่งไอร์แลนด์สกัดบอลพลาด บอลจึงตกไปที่ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ตัวรุกของอิตาลี ก่อนที่จะฟาดบอลเต็มข้อเท้าขวา แต่บอลก็หลุดกรอบออกไป จบครึ่งเกมแรกโดยที่ยังไม่มีประตูแรกจากทั้งสองทีมเลย อิตาลีเสมอไอร์แลนด์อยู่ที่ 0 ประตูต่อ 0

ต่อมาในครึ่งเกมหลัง ทั้งสองทีมยังคงผลัดกันรุกผลัดกันรับ ในนาทีที่ 53 อิตาลีเป็นฝ่ายได้ลุ้นประตูแรก โดย มัตเตีย เด ชีโย่ ส่งบอลมาจากริมสนามเข้าบริเวณเขตโทษ จากนั้น ซิโมเน่ ซาซ่า ได้เปิดวอลเลย์บอลหลุดคานประตูได้อย่างเฉียดฉิว ต่อมาในนาทีที่ 57 เป็นจังหวะของฝั่งไอร์แลนด์ เมื่อ ดารีล เมอร์ฟี่ พาบอลหลุดแนวรับอิตาลีเข้าไปในบริเวณเขตโทษ แล้วยิงไปทางประตู ก่อนที่ ซัลวาตอเร่ ซิริกู จะสามารถป้องกันประตูไว้ได้อีกครั้ง ต่อมาไอร์แลนด์ได้ลุ้นประตูอย่างต่อเนื่องในนาทีที่ 63 เมื่อ เจฟฟ์ เฮนดริค ลุยเดี่ยวยิงบอลเต็มแรงในบริเวณเขตโทษ แต่บอลก็พุ่งออกน000c6f4b-480อกกรอบประตูออกไป ต่อมาในนาทีที่ 77 เป็นฝั่งอิตาลีได้ลุ้นบ้าง โดน ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ ตัดบอลได้จากทางซ้ายแล้วพาบอลเข้าในยิงในเขตโทษ แต่บอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย เกมดำเนินมาจนใกล้หมดเวลา ซึ่งดูเหมือนว่าผลจะออกมาเสมอที่ 0 ประตูต่อ 0 แต่ในช่วง 5 นาทีก่อนหมดเวลา แฟนบอลไอร์แลนด์พากันส่งเสียงเฮลั่นสนาม เมื่อ เวสลีย์ ฮูลาแฮน ได้เปิดบอลเข้าบริเวณเขตโทษให้ ร็อบบี้ เบรดี้ กระโดดพุ่งโหม่งบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม จบเกมที่ไอร์แลนด์เฉือนเอาชนะอิตาลีไปได้ 1 ประตูต่อ 0 และสามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมเจ้าภาพในนัดต่อไป ส่วนทางอิตาลีก็ยังคงผ่านเข้ารอบด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม อี เช่นเดิมและเข้าไปพบกับทีมชาติสเปนในนัดถัดไป




Back to Top ↑