หงส์ทำได้! เฉือนเรือใบ 4-3 ยัดความปราชัยให้ เป๊ป สำเร็จ

สุรพล
โดย: สุรพล

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค. คู่บิ๊กแมตช์ระหว่างทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 ของตารางเปิดสนาม แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของทีม “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของตาราง โดยเกมส์นี้เป็นความยอดเยี่ยมของทีมเจ้าบ้าน “หงส์แดง” สามารถยัดเยียดความปราชัยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นนัดแรกในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ

จากรายงานของ FUN88 เจ้าบ้านต้องขอบคุณความยอดเยี่ยมของ โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่ , ซาดิโอ มาเน่ , มูฮัมหมัด ซาลาห์ ในช่วงครึ่งหลังที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมจากอังกฤษทีมแรกที่เอาชนะ เป็บ กวาร์ดิโอล่า ได้สำเร็จในฤดูกาลนี้

เกมส์ครึ่งแรก นาทีที่ 3 เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ โจเอล มาติป เปิดบอลขึ้นหน้าให้ โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่ ดีดต่อให้ให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้โอกาสจะหลุดเดี่ยวแต่จับบอลไม่ดีบอลยังมาเข้าทาง ซาลาห์ ยิงก็ไปติดบล็อก

นาทีที่ 9 เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ ฟิร์เมียโน่ ปั่นป่วนแนวรับจนสามารถตัดบอลได้เป็น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ได้บอลก่อนลากเข้าไปในกรอบ แล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงามช่วยให้เจ้าถิ่น ออกนำอย่างรวดเร็ว

นาทีที่ 14 เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้หลุดไปยิงในเขตโทษ แต่โดนกองหลังเข้ามาบีบ เลยยิงหลุดกรอบออกไป และถัดมา 6 นาที แมนฯซิตี้ น่าตีเสมน่าตีเสมอได้ เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากฝั่งขวามาหน้าประตู อเกวโร่ พุ่งมาชาร์จ แต่ไม่ถึง

นาทีที่ 23 เป็นโอกาสของทีมเยือนบ้าง เมื่อ เลรอย ซาเน่ ได้พลิกบอลตรงหน้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้าย บอลแฉลบ เดยัน ลอฟเรน หลุดเสาแรกออกไป

ก่อนจบครึ่งแรกนาทีที่ 41 ทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูตีเสมอ  เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ วางยาวมาให้ ซาเน่ พักอกเอาบอลลง ลากเข้าหาเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าประตูแบบเฉียบขาด จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1

เริ่มครึ่งหลัง นาทีที่ 59 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำอีกครั้ง เป็น 2-1  เมื่อ แชมเบอร์เลน จ่ายทะลุช่องให้ ฟิร์เมียโน่ หลุดเข้ายิงไปยิงบอลชนเสาในเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

อีก 2 นาทีต่อมา กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮอีกครั้งเมื่อ โอตาเมนดี้ พลาด โดน ซาลาห์ ตัดบอลได้ ก่อนจ่ายให้    มาเน่ ตั้งป้อมยิงเต็มข้อบอลเสียบสามเหลี่ยมไปแบบสุดสวย ลิเวอร์พูล หนีห่างเป็น 3-1

จากนั้น นาทีที่ 68 ลิเวอร์พูล ยังโหมบุกจนได้ประตูเพิ่ม 4-1 เมื่อ ซาลาห์ ตัดบอลจากจังหวะออกบอลพลาดของ เอแดร์สัน แล้วจัดการยิงข้ามหัว เอแดร์สัน เข้าประตูไปแบบเนื้อชั้น

ท้ายเกมส์นาที  84  ทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูไล่มาเป็น 2-4 จากจังหวะที่ อเกวโร่ พาบอลขึ้นมาพยายามยิงติดแนวรับ ลิเวอร์พูล แต่บอลยังเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา จัวสำรองยิงจ่อเข้าประตูไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+1 ทีมเยือนไล่มาเป็น 3-4 จากจังหวะที่ อเกวโร่ ได้บอลในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนตักเข้ากลางให้ อิลคาย กุนโดกัน พักอกยิงเข้าไป

จบเกมส์ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 4-3 เก็บเพิ่มเป็น 47 คะแนน ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตาราง โดยมีแต้มเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง แต่ประตูได้เสียเป็นรอง ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำจ่าฝูงต่อไป แต่แพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาล

เจอร์เก้น คลอปป์ กล่าวหลังเกมส์ว่า “นี้เป็นเกมส์ที่พิสูจน์ว่าทำไมคนจำนวนมากชอบเกมส์แบบนี้ นั่นคือฟุตบอล นั่นเป็นการที่สองทีมพยายามผสมผสานทักษะด้านคุณภาพ และ ทักษะด้านทัศนคติ ผมไม่เคยคิดว่าผลจะเป็น 4-1 แม้เราจะนำ 4-1 ได้แต่สำหรับพวกเขาก็มักจะเป็นไปได้ที่จะกลับมา แต่เราสมควรได้รับสามคะแนนในเกมส์นี้”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับ ลิเวอร์พูล สำหรับชัยชนะ ผมต้องให้เครดิตกับคู่ต่อสู้ เรารู้ดีว่าการมาที่ แอลฟิลล์ เป็นอย่างไร และ ทีม เจอร์เก้น คลอปป์ ดุดันมากแค่ไหนเราพยายามสร้างแก้ไขทุกอย่างในเกมส์นี้ แต่มันก็มีช่องว่างบางครั้ง แต่ผมให้เครดิตกับ ลิเวอร์พูล และ มันจะต้องเป็นแบบนี้บ้างในฤดูกาลนี้”

แมนออฟเดอะแมตช์ได้แก่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มีคำถามมากมายถูกถามเกี่ยวกับวิธีที่ ลิเวอร์พูลจะหาใครมาทดแทน คูตินโญ่ แต่วันนี้เป็นอีกครั้งที่ แชมเบอร์เลน แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาแล้ว

อดีตกองหน้า อาร์เซนอล รายนี้มีการเริ่มต้นช้าในถิ่น แอนฟิลด์ แต่เกมส์นี้เขาก็โดดเด่น และ มีความพยายามที่ยอดเยี่ยม เขาดูเหมือนจะเป็นส่วนร่วมในการป้องกัน และ การโจมตี ของทีมไปเลย

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล จะออกไปเยือน สวอนซี ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ขณะที่ แมนฯซิตี้ พวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ในวันที่ 21 ม.ค. นี้

BACK TO TOP