รวมรำลึกถึง “โยฮัน ครัฟฟ์” ผู้เป็นนักเตะขวัญใจมหาชน

โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นหนึ่งในนักฟุตที่ดีที่สุดตลอดกาล เขาได้เสียชีวิตตอนอายุ 68 ปี พวกเราขอก้มหัวคารวะแด่นักเตะผู้ที่ไม่เคยหยุดมุ่งมั่นที่จะสร้างความสุขให้แก่แฟนบอลด้วยทักษะความสามารถในการเล่นฟุตบอลที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เคียงข้างกันกับ แร็มบรันต์ และ วินเซนต์ แวน โก๊ะ เขาคือดัตช์แมนผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกคน มีการศึกษาค้นคว้าที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีคนกว่าสองพันล้านคนรู้จักชื่อของ โยฮัน ครัฟฟ์ ชายหนุ่มชาวเนเธอร์แลนด์ผู้เป็นอัจฉริยะ ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1947 ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เขาคือนักเตะที่johan-cruyff (1)สร้างปรากฏการณ์ทั้งในฐานะนักฟุตบอลและผู้จัดการทีม ชีวิตของเขาอุทิศแด่วงการฟุตบอล จากชีวิตการค้าแข้งในช่วงแรกที่สโมสรอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม และการเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ จนกระทั่งถึงการระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมที่สโมสรบาร์เซโลน่า เขาคือชายผู้เป็นที่รักของทุกคน แม้ว่าในหลายครั้งเขาถูกเข้าใจผิดจากการประทำและความคิดที่เป็นเอกลักษณ์ยากจะเลียนแบบ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยทัศนคติของเขาทำให้เขาเข้าถึงแฟนบอลได้มากขึ้น ทำให้แฟนบอลต่างสนับสนุนเขา เทิดทูนเขา และไม่ทอดทิ้งเขาไปไหน เพราะว่าผู้คนบนท้องถนนต่างเข้าใจในตัว เฮนดริค โจเฮนเนส ครัฟฟ์ เนื่องจากว่าเขาเอาใจใส่แฟนบอลที่ให้การสนับสนุนเสมอมา

ทั้งในฐานะนักฟุตบอลและผู้จัดการทีม การสร้างความสุขให้กับผู้อื่นมาเป็นอันดับแรกเสมอสำหรับ โยฮัน ครัฟฟ์ และแม้ว่าในบางครั้งจะเกิดความขัดแย้งทางทัศนคติที่ทำให้เขาต้องหัวหมุนกับความเชี่ยวชาญที่มากเกินไปของตัวเอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว โยฮัน ครัฟฟ์ จะรู้ว่าเขาต้องทำอะไรและกำลังทำอะไรอยู่เสมอ “ไม่ว่าที่ใดก็ตามที่ผมเล่นฟุตบอลหรือทำงาน ผมต้องการให้ผู้คนพูดคุยและคิดแต่เรื่องของฟุตบอล” เขากล่าว

“นี้คือเหตุผลที่ผมไม่ได้เพียงแค่ทุ่มเทให้กับสโมสร แต่ผมทุ่มเทให้กับแฟนบอลด้วย เพราะพวกเขาต่างพูดคุยและคิดถึงเรื่องราวของฟุตบอลเสมอ ไม่ว่าด้านบวกหรือด้านลบ ก็ไม่ใช่ปัญหา ผู้คนต่างพูดถึงฟุตบอลและการหาวิธีในรูปแบบการแบบ แต่เรื่องจะเป็นข่าวใหญ่คงเป็นข่าวซุบซิบนินทาของวงการฟุตบอล”

ในสมัยที่ โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นผู้จัดการทีมสโมสรอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาทำงานร่วมกับ รินัส มิเชลส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่เรียกครัฟฟ์ว่า “เด็กชายตัวผอม” เพราะความสูงของครัฟฟ์โดดเด่นชัดเจนบนสนาม ซึ่งเป็นความสูงที่เท่ากับนักฟุตบอลระดับประวัติศาสตร์อีกสองสามคน ครัฟฟ์เป็นผู้นำพาสโมสรอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัมไปสู่ยุครุ่งเรือง ร่วมกันกับมิเชล ในช่วงปลายของยุค 1960 ซึ่งทีมฟุตบอลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาด้วยคอนเซ็ปต์ “ทั้งหมดคือฟุตบอล” โยฮัน ครัฟฟ์ นำพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชนะหกครั้งและทำแฮตทริคได้ในการแข่งขันยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยน คลับ คัพ ในระหว่างปี ค.ศ. 1971 และ 1973

PA-3407335    หลังจากการสร้างชื่อเสียงที่สโมสรอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม รวมกับมิเชล ทำให้ครัฟฟ์ได้มุ่งหน้าสู่สโมสรบาร์เซโลนา สำหรับฤดูกาลแรกของเขาที่แคว้นกาตาลันนั้น ซึ่งเป็นการเหมือนการสร้างชื่อเสียงของเขาบนแผ่นดินสเปนในปี 1974 และในปีเดียวกันนี้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้เข้าถึงรอบชิงฟุตบอลโลก แต่พวกเขาพ่ายให้กับทีมชาติเยอรมันตะวันตก แต่อย่างไรก็ตามปีนี้ โยฮัน ครัฟฟ์ ได้รับรางวัลบัลลง ดอร์ ครั้งที่สามในชีวิตการค้าของเขาด้วยเช่นกัน

โยฮัน ครัฟฟ์ ได้นำความสามารถของเขาไปเฉิดฉายที่ซอคเกอร์ลีกแห่งอเมริกาเหนือ หลังจากค้าแข้งที่ประเทศสเปน ก่อนจะกลับไปเล่นฟุตบอลที่เนเธอร์แลนด์บ้านเกิด ซึ่งเขาได้ลงเล่นให้กับสโมสรอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม และสโมสรฟุตบอลไฟเยอโนร์ด ซึ่งสถิติการเล่นของเขาทังหมดคือ เขาลงเล่นไป 704 นัดในการลงเล่นในระดับสโมสร ยิงประตูไป 392 ประตู ซึ่ง 266 ประตู เขาทำได้ภายใต้เสื้อของสโมสรอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม สำหรับการลงเล่นในระดับทีมชาติเขาลงไป 48 นัด ยิงไป 33 ประตู

ย้อนกลับไปในนัดแรกที่เขาลงเล่นให้กับสโมสรอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อปี 1964 และการลงเล่นครั้งสุดท้ายที่สโมสรฟุตบอลไฟเยอโนร์ด ในเวลา 19 ปีกับอีก 6 เดือนต่อมา เขาสามารถล่าตาข่ายได้มากเพียงพอที่จะพูดว่า โยฮัน ครัฟฟ์ มุ่งมั่นในการทำประตูเสมอและเขานำมันไปใช้เป็นทฤษฏีในตอนที่เขาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมด้วย ในช่วงนั้นรูปแบบการเล่นฟุตบอลในระดับนานาชาติให้ความสำคัญในแนวรับมากยิ่งขึ้น โยฮัน ครัฟฟ์ จึงได้เล่นเห็นว่า การใช้ระบบสามกองหน้า วางตำแหน่งปีกสองตัวขนาบข้าง และให้แนวรับอยู่อีกครึ่งของบนสนาม ซึ่งกุญแจสำคัญของรูปแบบการเล่นแบบนี้คือการวางตำแหน่งที่ดี ทำให้ผู้เล่นแสดงทักษะออกมาได้อย่างเต็มที่ และมีสมาธิกับเกมการแข่งขัน ซึ่งพื้นฐานจะขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งเป็นลักษณะสามเหลี่ยมที่ตัวนักเตะเองจะสามารถสร้างสรรค์การทำประตูให้เกิดขึ้นได้ และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือสามารถมั่นใจได้ว่าลูกบอลจะถูกเคลื่อนย้ายส่งต่อกันอย่างทั่วถึง cid208842_Cruijff_beeld_580x310

ในขณะที่นักวิจารณ์กล่าวหารูปแบบการเล่นของ ครัฟฟ์ ว่าเป็นฆ่าตัวตาย แต่นักฟุตบอลในทีมกลับมีความสุขกับทัศนวิสัยระดับสูงของเขา เพราะการเล่นที่มีการโจมตีแบบโลดโผนนั้น เป็นสไตล์ที่นำมาซึ่งผลการทำประตูได้ ยกตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ.1987 ทีมอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ถือว่าเป็นน้องใหม่สำหรับทัวร์นาเมนท์สามารถคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คลับ วินเนอร์ คัพ มาครอบครองได้ และเขายังสามารถพาทีมบาร์เซโลน่าได้แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ โยฮัน ครัฟฟ์ ออกจากสโมสรบารฺเซโลน่า เมื่อปี 1996 ครัฟฟ์ได้มุ่งหน้าทำงานการกุศล โดยสร้างมูลนิธิ โยฮัน ครัฟฟ์ และสถาบันสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับกีฬา ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์, สเปน, สวีเดน, เม็กซิโก และเปรู ซึ่งสถาบันได้สร้างระบบการเรียนการสอนรูปแบบพิเศษสำหรับนักกีฬาทั้งหญิงและชายที่ต้องการศึกษาในระหว่างที่เป็นนักกีฬาอาชีพ

สำหรับงานการกุศล มูลนิธิ โยฮัน ครัฟฟ์ ได้อุปการะเด็กยากจนและพิการจากทั่วโลก โดยใช้ฟุตบอลเป็นสื่อในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา หนึ่งในโปรเจคดีๆที่ โยฮัน ครัฟฟ์ ได้ริเริ่ม คือการประชาสัมพันธ์สตรีทฟุตบอล ซึ่งทางยูฟ่าได้ตระหนักถึงความสำคัญของคนหนุ่มสาว จึงได้มีการมอบรางวัล ยูฟ่า กราสรูทส์ เนื่องในโอกาสที่จัดตั้งองค์กรครบ 100 ปีในช่วงปลายปี 2009 และปีนั้น โยฮัน ครัฟฟ์ ได้รับรางวัล ยูฟ่า เพรสซิเดน อวอร์ด

จากเรื่องราวของ โยฮัน ครัฟฟ์ “การเล่นฟุตบอลตามท้องถนนก็ยังถือว่าเป็นวิถีทางแห่งการเล่นฟุตบอลที่สวยงาม” ใครจะโต้เถียงกับชายผู้เป็นเจาของความฝันของตัวเองบนวิถีทางแห่งความฝันที่งดงาม ? วงการกีฬาเป็นหนี้บุญคุณเขา

 




Back to Top ↑