ย้อนรอย! เจอร์ราร์ด กับใบแดงใน ‘ศึกแดงเดือด’ ครั้งสุดท้าย

ย้อนรอยศึกแดงเดือดครั้งสุดท้ายของ ‘สตีเว่น เจอร์ราร์ด’ ตำนานจอมทัพกัปตันเบอร์ 8 ขวัญใจแฟนบอล ลิเวอร์พูล ซึ่งใครๆ หลายๆ คนคงจำใบแดงสุดช็อกในเกมนั้นได้ดี วันนี้จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังอีกทีแล้วกัน

เกมแดงเดือนนัดนั้นจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2558 ก่อนหน้านี้ สื่อทุกสำนักได้ยกให้ “หงส์แดง” ผู้มาเยือนเป็นต่อ “ปีศาจแดง” อยู่เล็กน้อย เนื่องจากฟอร์มการเล่นพักหลังที่ทีมจากเมอร์ซีไซด์ไร้พ่าย 13 นัดติดในพรีเมียร์ลีก เรื่องรูปเกมนั้นแฟนบอลที่ได้ชมคงจะเห็นพ้องกันว่า ช่วงครึ่งแรกหงส์แดงเล่นได้ไม่น่าประทับใจ กองหลังไม่มีสมาธิ แดนกลางก็เก็บบอลไม่ได้ เป็นฝ่ายผีแดงที่คุมเกมได้

กว่าขุนพลหงส์แดงกว่าจะตั้งเกมก็ตอนช่วงกลางครึ่งหลังที่สายจะแก้เกมแล้ว เพราะโดนขึ้นนำก่อนและเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาทีที่แรก ซึ่งผู้เล่นที่หายไป คือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” กับศึกแดงเดือดครั้งสุดท้ายในชีวิต ที่มีเวลาอยู่ในสนามแค่เพียง 45 วินาทีเท่านั้น เหตุมาจากการที่ เจอร์ราร์ด ควบคุมเท้าซ้ายได้ไม่ดีพอ แทนทีจะชักเท้ากลับไป แต่ดันเลือกย่ำที่ขาของ อันเดร์ เอร์เรร่า แบบที่กองกลางรุ่นน้องแข้งสแปนิชซะอย่างงั้น

เดิมพันแดงเดือดและอัพเดทราคาบอล เพียงคลิกเดียวที่นี้!

นับเป็นการส่งท้ายศึกแดงเดือกศักดิ์ศรี ก่อนโบกมืออำลาสู่แดนมะกันหลังจบฤดูกาล ด้วยฉากที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน นอกจากเจ้าตัวแล้ว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมในตอนนั้นคงช้ำใจไม่แพ้กัน ด้วยความหวังที่จะส่งกัปตันมากประสบการณ์ลงมาเชื่อมเกมจากแนวลึก แทน อดัม ลัลลาน่า กับเวลาที่มากพอจะทำสกอร์ไล่ทัน  บีร็อด ที่ยังเชื่อมั่น ในตัวมิดฟิลด์ขวัญใจแฟนบอลรายนี้ที่สังขารเริ่มโรยราว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้ แต่ว่าอะไรๆ เกิดขึ้นในเกมลูกหนัง

อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม เจอร์ราร์ด ก็ออกมายอมรับว่าตัวเองทำผิดจริงแบบแมนๆ ส่วน บีร็อด ก็ให้สัมภาษณ์ว่าความแพ้ครั้งนี้ ไม่ขอโยนเป็นความผิดให้ใครทั้งนั้น ทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว พร้อมกับเรื่องราว “ใบแดงที่รวดเร็วในศึกแดงเดือดครั้งสุดท้ายของ สติเว่น เจอร์ราร์ด และเวลาบนสนาม 45 วินาที” นั้นคงอยู่ในความทรงจำของเฮียเจิดและแฟนบอลไปอีกนาน

Tags: ,


About the Author

เล่นกีฬาฟุตบอลค่อนข้างแย่ แต่มีความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ อ่านข่าวกีฬาเป็นงานอดิเรก มีความเป็นกูรูในตัวสูง ชอบคุยเรื่องฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘พรีเมียร์ลีก’ อังกฤษ ที่เรียกได้ว่า เขาคือแฟนพันธุ์แท้ ก็ยังได้ เป็นคนชอบความท้าทาย และมีความสุขกับงานที่รัก คือ การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอล ให้ทุกๆ คนได้อ่านและสนุกไปกับงานของเขา




Back to Top ↑