มังกรแดงผงาด ถล่มเบลเยี่ยม 3 – 1

ศึกฟุตบอลยูโร 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมชาติเวลส์พบกับทีมชาติเบลเยี่ยม ณ สนาม สต๊าดปิแอร์ โมรัว เมืองลีลล์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทีมชาติเวลส์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายจากการเอาชนะทีมชาติไอร์แลนด์ด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านั้นในรอบแบ่งกลุ่ม เวลส์สามารถทำคะแนนสะสมขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มบี อยู่เหนือทีมชาติอังกฤษได้อย่างคาดไม่ถึง ทั้งๆที่เป็นการลงศึกแข่งขันฟุตบอลยูโรครั้งแรกของเวลส์ เรียกได้ว่าเป็นม้ามืดเลยทีเดียว โดยนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม เวลส์เอาชนะสโลวาเกียมาได้ 2 ประตูต่อ 1 จากนั้นก็แพ้อังกฤษไป 1 ประตูต่อ 2 และในนัดสุดท้ายก็สามารถเอาชนะรัสเซียมาได้ 3 ประตูต่อ 0 ส่วนฝั่งทีมชาติเบลเยี่ยมผ่านเข้ามาในรอบนี้จากการถล่มเอาชนะทีมชาติฮังการีในนัด 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0 ซึ่งก่อนหน้าในรอบแบ่งกลุ่ม เบลเยี่ยมเป็นอันดับสองของกลุ่มอี โดยนัดแรกแพ้ให้อิตาลี 0 ประตูต่อ 2 จากนั้นก็สามารถเอาชนะไอร์แลนด์และสวีเดนมาได้ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 0 และ 1 ประตูต่อ 0 ตามลำดับ และผลการแข่งขันรอบ 8 ทีมนี้ปรากฏว่าทีชาติเวลส์เอาชนะทีมชาติเบลเยี่ยมไปได้ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับทีมชาติโปรตุเกส



อ่านรีวิว
M88

อ่านรีวิว
m88-logo-png

อ่านรีวิว
M88

ในศึกรอบ 8 ทีม คริส โคลแมน ได้ส่งทัพนักเตะชุดเดิมกับที่ลงแข่งในเกมที่ผ่านมาลงสนามในนัดนี้ แต่ปรับเปลี่ยนไป 1 ตำแหน่ง โดยส่ง ฮัล ร็อบสัน คาน ลงตัวจริงก่อน แซม โว้คส์ ส่วนตัวรุกคนเก่งยังคงเป็น แกเร็ธ เบล พร้อมกับแดนกลางก็ยังคงส่ง อารอน แรมซี่ย์ ลงคุมเกมร่วมกับ โจ เล็ดลี่ย์ และ โจ อัลเลน ส่วนฝั่งของเบลเยี่ยมได้ปรับเปลี่ยนนักเตะ 2 ตำแหน่ง คือส่ง เจสัน เดนาเยอร์ ลงลงสนามแทน โธมัส แฟร์มาเล่น ในตำแหน่งแดนรับร่วมกับ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และปรับตัวสำรองอย่าง จอร์แดน ลูกากู มาเล่นในตำแหน่งตัวจริงแทน แยน แฟร์ต็องเก็น ตำแหน่งรุกยังคงส่ง โรเมลู ลูกากู ลงทำประตู ส่วนแดนกลางได้ส่ง เควิน เดอ บรอยน์ ลงคุมเกม พร้อม เอแด็น อาซาร์ และ ยานนิค การ์ราสโก้ ลงคุมเส้นWales-v-Belgium-Quarter-Final-UEFA-Euro-2016

ในช่วงครึ่งแรก เบลเยี่ยมเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกก่อน โดยในนาทีที่ 7 เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลเร็วให้ โรเมลู ลูกากู พาบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษ แล้วส่งต่อให้ ยานนิค การ์ราสโก้ ยิงด้วยเท้าขวาไปติด เวย์น เฮนเนสซีย์ ผู้รักษาประตูเวลส์ บอลเด้งกลับมาเข้า โธมัส เมอนิเย่ร์ ซึ่งยิงซ้ำอีกรอบ แต่ นีล เทย์เลอร์ สกัดบอลไว้ได้ จากนั้นบอลเข้าไปที่ เอแด็น อาซาร์ ยิงด้วยเท้าซ้าย แต่ก็ไปติด นีล เทย์เลอร์ อีกครั้ง ต่อมาในนาทีที่ 13 แฟนบอลเบลเยี่ยมได้เฮลั่น โดย เอแด็น อาซาร์ ส่งบอลจากทางซ้ายไปที่ รัดย่า นาอิงโกสัน เตะไกลระยะ 25 หลาด้วยเท้าขวาเต็มแรงผ่านมือ เวย์น เฮนเนสซีย์เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้เบลเยี่ยมเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1 ประตูต่อ 0 ในนาทีที่ 26 เวลส์ก็เร่งเกมรุกขึ้นมาเพื่อทำประตูตีเสมอ โดย อารอน แรมซีย์ พาบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษส่งให้ นีล เทย์เลอร์ เปิดยิงด้วยเท้าขวา แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ รับบอลป้องกันประตูไว้ได้ และในนาทีที่ 31 ทัพมังกรแดงก็สามารถทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ โดย อารอน แรมซีย์ เปิดลูกเตะมุมด้านขวาเข้ากลางมาให้ แอชลีย์ วิลเลียมส์ กระโดดโหม่งเต็มแรงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้จบครึ่งแรกเวลส์ตีเสมอเบลเยี่ยมได้ 1 ประตูต่อ 1ashley-williams-wales-belgium_3493734

ในช่วงครึ่งเกมหลัง ทั้งสองทีมต่างเร่งเกมรุกกันอย่างดุเดือด โดยในนาทีที่ 48 เบลเยี่ยมเริ่มบุกก่อน มารูยาน เฟลไลนี่ ส่งบอลให้ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่ส่งบอลให้ โรเมลู ลูกากู เปิดเสียดเสาออกไปเพียงนิดเดียว เบลเยี่ยมยังคงรุกอย่างต่อเนื่องในนาทีที่ 50 โดย เอแด็น อาซาร์ หลุดขึ้นมาทางซ้าย พาบอลเข้ากลางและส่งยิงด้วยเท้าขวา แต่บอลพุ่งหลุดเสาออกไป ต่อมาในนาทีที่ 55 แฟนบอลเวลส์เฮอีกครั้ง โดยดาวเด่นอย่าง แกเร็ธ เบล ได้ส่งบอลยาวให้ อารอน แรมซีย์ พาบอลเข้าเขตโทษก่อนส่งต่อให้ ฮัล ร็อบสัน คานู โถมยิงระยะ 12 หลาเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ ส่งผลให้เวลส์ออกนำเบลเยี่ยมไป 2 ประตูต่อ 1 และในช่วงนาทีที่ 86 มังกรแดงก็ทำประตูที่สามนำห่างเบลเยี่ยมออกไป โดย คริส กันเทอร์ ส่งบอลจากทางขวาให้ แซม โว้กส์ โขกบอลเข้าประตูไปเต็มแรง ทำให้จบเกมที่เวลส์เอาชนะเบลเยี่ยมไปได้ 3 ประตูต่อ 1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ และเตรียมตัวลงศึกกับโปรตุเกสต่อไป

เวลส์จะเอาชนะโปรตุเกสในศึกฟุตบอลยูโรครั้งนี้ได้หรือไม่ หากคุณพร้อมจะเดิมพันไปกับพวกเขาแล้วคลิกเลยที่ Bet365




Back to Top ↑