นักเตะแข้งทอง “หลุยส์​ ซัวเรส”

หลุยส์ ซัวเรส นักฟุตบอลสัญชาติอุรุกวัยที่มีพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอล ไม่มีใครสงสัยในทักษะและความสามารถของเขา เห็นได้จากที่ทีมบาร์เซโลน่าทุ่มจ่ายเป็นจำนวนเงินสูงถึง 75 ล้านยูโร เพื่อซื้อตัวเขามาจากทีมลิเวอร์พูลของอังกฤษในปี 2014

Luis-Suarez_3265873ซัวเรสมีชื่อเต็มว่า หลุยส์ อัลเบร์โต ซัวเรซ ดีอัซ เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 1987 ที่เมืองซัลโต ประเทศอุรุกวัย เขาได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองมอนเตวิเดโอ ซึ่งซัวเรสถูกเลี้ยงดูจากแม่เพียงลำพัง และยังมีพี่น้องอีก 6 คน ซัวเรสชื่นชอบการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก จนเมื่อปี 2005 เขาได้เข้าร่วมทีมฟุตบอลนาซีอองนัล ของเมืองมอนเตวิเดโอ และเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาเริ่มเล่นในทีมเยาวชนและพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งในฤดูกาล 2005-2006 เขาได้ลงแข่งทีมชุดใหญ่ครั้งแรก โดยพบกับทีม จูเนียร์ เดอ บารานควิลลา ในการแข่งขันลิเบอร์ตาดอเรส คัพ และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ด้วยผลงาน 10 ประตูจากการลงแข่ง 27 นัด และต่อมาเมื่อซัวเรสมีอายุ 19 ปี เขาได้ย้ายสโมสรไปเล่นในทีมโกรนิงเงินในประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยค่าตัว 8 แสนยูโร หรือประมาณ 39.2 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากเขาต้องการเข้ามาเล่นในยุโรป เพราะแฟนสาวของเขา โซเฟีย บาลบิ ซึ่งเป็นภรรยาในปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่ในเมืองบาร์เซโลน่าก่อนหน้านั่น และเขาต้องการอยู่ใกล้ชิดเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับแฟนสาวไว้ ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ทีมใหม่ผิดหวังด้วย เนื่องจากฤดูกาลแรกของเขาในลีกยุโรป เขาสามารถทำประตูไปได้คนเดียวถึง 10 ประตู จากการลงสนาม 29 นัด ส่งผลให้ทีมใหญ่อย่างสโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของเนเธอร์แลนด์สนใจในความสามารถของซัวเรส และซัวเรสก็ได้ย้ายสโมสรอีกครั้ง ด้วยราคาค่าตัวสูงถึง 7.5 ล้านยูโรในปี 2007

พนันบอลยูโร 2016 เริ่มแล้ว แวะไปเดิมพันได้ที่ M88

ซัวเรสได้เซ็นสัญญาร่วมทีมกับสโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมเป็นเวลา 4 ปี เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกเกือบทุกนัด และเป็นกำลังสำคัญของทีม โดยในฤดูกาล 2008-2009 เขาได้รับรางวัลนักเตะแห่งปีของสโมสร และทำประตูให้ทีมจนถูกโหวตให้เป็นดาวซัลโวของสโมสร ซึ่งเขายังได้เป็นกัปตันของสโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมอีกด้วย ถึงแม้ในฤดูกาลนี้เขาจะถูกทำโทษเนื่องจากมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมและได้ใบเหลืองถึง 7 ใบ แต่เขาก็สามารถทำประตูไปได้ 35 ประตู จากการลงแข่ง 33 นัด ทำให้ได้ได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของลีกเนเธอร์แลนด์ ต่อมาในฤดูกาลที่ 2010-2011 ซัวเรสยิงให้สโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมได้ครบ 100 ลูก แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดคือ ซัวเรซไปกัดไหล่ของนักเตะพีเอสวี ออสมาน แบคคาล ส่งผลให้ถูกแบน 7 นัด

Luis-Suarez-Barcelonaในขณะที่ถูกแบนในเดือนมกราคม 2011 สโมสรยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูลก็ได้ซื้อตัวเขาในราคา 22.8 ล้านยูโร มาลงในตำแหน่งกองหน้า โดยสวมเสื้อเบอร์ 7 เพื่อสานตำนานต่อจากเคนนี ดัลกลิช และในปลายฤดูกาล 2010-2011 ซัวเรสได้ลงเล่นครั้งแรกให้ลิเวอร์พูลในแมตช์ที่พบกับสโต๊ค ซิตี้ โดยซัวเรซทำประตูไปได้ 1 ประตู จบเกมลิเวอร์พูลชนะไป 2 ประตูต่อ 0 สร้างความประทับใจให้ทีมหงส์แดงได้ตั้งแต่นัดแรก ในฤดูกาลนี้ซัวเรสทำประตูไปได้ 4 ประตูจากการลงแข่ง 13 เกม สิ้นสุดฤดูกาลลิเวอร์พูลขยับอันดับจากที่ 12 มาอยู่ที่ 6 โดยมีซัวเรสเป็นผู้เล่นสำคัญของทีม ในฤดูกาลถัดมาซัวเรสก็เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยทำประตูให้กับวิเวอร์พูลจนเกือบคว้าแชมป์ได้เลยทีเดียว แต่ในทางกลับกัน ซัวเรสก็ได้สร้างเรื่องอื้อฉาวในสนามเอาไว้ด้วย ทั้งการพูดเยียดสีผิว เอฟร่า ในเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2011-2012 ทำให้เขาโดนตัดสินโทษแบน 8 เกม และโดนปรับเป็นจำนวนเงิน 40,000 ปอนด์ และในฤดูกาล 2012-2013 เขาได้สร้างเรื่องอีกครั้ง เมื่อซัวเรสกัดแขนของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ในนัดที่พบกับเชลซี จึงทำให้เขานั้นได้รับโทษแบนเป็นจำนวน 10 นัด และล่าสุดในการแข่งขันเวิลด์คัพ เมื่อทีมชาติอุรุกวัยพบกับทีมอิตาลี ซัวเรสได้สร้างวีรกรรมนักกัดอีกครั้ง เมื่อเขากัดไปที่ไหล่ของ จอร์จิโอ คิเอลลินี กองหลังของอิตาลี จนถูกแบนจากการแข่งขันถึง 4 เดือน หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปเล่นในทีมบาร์เซโลน่า ซึ่งเขาให้ความเห็นว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในขณะนี้ ส่วนด้านครอบครัว ในปี 2009 ซัวเรสแต่งงานกับโซเฟีย บาลบิ สาวแฟนที่คบมานานตั้งแต่สมัยเด็ก และปัจจุบันมีบุตร 2 คน คือ ลูกสาว เดลฟิน่า และลูกชาย เบนจามิน

 


About the Author

เมย์ สปอร์ตกูรูที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกทางด้านกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ซึ่งถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่ด้วยความชื่นชอบเป็นพิเศษ ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มตัว จากแฟนบอลกลายเป็นเซียนกีฬา และปัจจุบันนี้เมย์เป็นหนึ่งในนักเขียนหลักของเราที่มีความสามารถ และความพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวบนโลกกีฬา ให้คุณได้รับรู้มุมมองที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน




Back to Top ↑