ดีดี้ ฮามันน์ เตือนหงส์แดงทีมเก่า ระวัง แมนยู กำลังฟอร์มจัด

สุรพล
โดย: สุรพล

ดิเอ็ตมาร์ ฮามันน์ ให้สัมภาษณ์ใน พรีเมียร์ ลีก เดลี่ ว่า ลิเวอร์พูล ต้องระวัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังฟอร์มจัดอยู่ในตอนนี้ และยังเผยต่ออีกว่าปิศาจแดงเป็นทีมม้ามืดที่มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของกุนซือยอดอัจฉริยะอย่าง เจอร์เก้น คลอปป์ มีแต้มมากกว่าคู่แข่งของเขาอยู่ 5 แต้ม และพวกเขากำลังจะเดินทางไปเยือนถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด สุดสัปดาห์นี้ในศึก นิสสัน ซุปเปอร์ ซันเดย์ โดย แมนยู มีสถิติชนะติดต่อกันมากถึง 8 นัด ในตอนนี้

คลิกได้เลย ที่ Bettingtop10 

ฮามันน์ เคยออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเข้ามาคุมปิศาจแดงของ โจเซ่ มูรินโญ่ ว่าถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของทีมครั้งใหญ่ อีกทั้งในช่วงที่ เจอร์เก้น คลอปป์ เข้าคุม ลิเวอร์พูล เขาก็ยังเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า คลอปป์ จะเขย่าวงการลิเวอร์พูล ให้รุ่งเรืองอย่างแน่นอน

ฮามันน์ เคยเป็นผู้เล่นกองกลางเก่าถิ่น แอนฟิลด์ และเคยประสบความสำเร็จอย่างมากจากการพา ลิเวอร์พูล คว้าถ้วย แชมป์เปี้ยน ลีก ในปี 2005 และเขายังเชื่ออีกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีสิทธิ์ลุ้นถ้วยในฤดูกาลนี้ถึงแม้ว่าจะมีแต้มต่างจากจ่าฝูงอย่าง เชลซี มากถึง 10 แต้ม ก็ตาม

“เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีแต้มตามหลังอันดับที่ 4 อยู่ประมาณ 7 – 8 แต้ม แต่ในขณะนี้พวกเขามีแต้มห่างเหลือแค่เพียง 2 แต้มเท่านั้น” ฮามันน์ กล่าว “ถ้าเราลองมองดูดีๆ พวกเขาในตอนนี้อยู่ในระยะที่สามารถไล่ตาม เชลซี ได้ทันแล้ว และโจเซ่ มูรินโญ่ จะไม่ปล่อยให้ระยะห่างมันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

“นิสัยของเขาเป็นคนชอบเอาชนะอยู่แล้ว การที่พวกทำผลงานได้ไม่ดีในช่วงแรกเพราะเขามีอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง”

“ไม่แน่นะ คำพูดที่ใครหลายคนเคยพูดไว้ว่า โจเซ่ มูรินโญ่ จะเข้ามาพลิกวงการ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน อาจจะเป็นจริงก็ได้ ผมนั่งดูฟอร์มการเล่นของพวกเขา ไม่ใช่แค่ตัวเขาเองที่ดูมีความสุข นักเตะของพวกเขาก็ดูมีความสุขขึ้นด้วย”

“ในช่วงต้นฤดูกาลอาจจะดูเหมือนเป็นช่วงปรับตัวของพวกเขา แต่ผมคิดว่า แมนยู มีสิทธิ์คว้าถ้วย พรีเมียร์ ในฤดูกาลนี้จริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีแต้มห่างจากจ่าฝูงถึง 10 แต้มก็ตาม”

“ลิเวอร์พูล ต้องระมัดระวังอย่างมาก อีกทั้งพวกเขายังขาดผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ซาดิโอ มาเน่ ที่ไปรับหน้าที่ลงแข่งให้กับ ทีมชาติเซเนกัล ในศึก แอฟริกัน คัพ ยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งน่ากลัว”

BACK TO TOP