ดาวเด่นฟุตบอลยูโร “เวย์น รูนี่ย์”

เมื่อกล่าวถึงกองหน้าคนสำคัญของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ คงต้องนึกถึง “เวย์น รูนี่” เขาเปิดตัวมาจากสโมสรเอฟเวอร์ตันและสามารถทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้ตอนอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น และเพียงอายุ 17 ปี เขาก็เข้าร่วมเป็นนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น รูนี่ย์จึงเป็นที่จับตามองของบรรดาสื่อและแฟนบอลทั่วโลกมามาโดยตลอด ซึ่งเขาก็ได้แสดงทักษะฝีเท้าให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า เขาเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้

p1(551)เวย์น รูนีย์ เกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ.1985 ที่ย่านคร็อกซ์เทธ เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เขามีชื่อเต็มว่า เวย์น มาร์ก รูนี่ย์ เขาเข้าเรียนในโรงเรียนลิเวอร์พูล สคูลบอยส์ และเริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนเดอะไดนาโม บราวนิ่งส์ รูนีย์ใฝ่ฝันที่จะเข้าทีมเอฟเวอร์ตันตั้งสมัยเด็ก ทุ่มเทตั้งใจฝึกทักษะฝีเท้าจนมีผลงานอันโดดเด่นในสนาม และเมื่อเขาอายุ 11 ปี เขาก็ได้เซ็นสัญญาเข้าเป็นผู้เล่นทีมเยาวชนของเอฟเวอร์ตันได้สำเร็จ จากนั้นรูนีย์ก็พัฒนาความสามารถจนได้เข้าร่วมทีมใหญ่ของเอฟเวอร์ตันในเสื้อหมายเลข 18 การแข่งขันแจ้งเกิดของเขาในวงการลูกหนังคือแมตช์ที่เอฟเวอร์ตันพบกับอาร์เซน่อล รูนีย์ทำประตูให้เอฟเวอร์ตันได้ในนาทีสุดท้าย ด้วยการปั่นไซด์โค้งระยะกว่า 30 หลาเข้าสามเหลี่ยมมุมบนอย่างสวยงาม เอาชนะอาร์เซน่อลที่ไม่เคยแพ้ใครถึง 30 เกม และในวันที่ 19 ตุลาคม 2002 เขาก็สามารถทำประตูได้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก โดยรูนีย์มีอายุเพียง 16 ปี เขากลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกในขณะนั้น จากนั้นรูนีย์ก็ได้ถูกเพิ่มค่าตัวจากสัปดาห์ละ 10 ปอนด์ไปเป็นสัปดาห์ละ 10,000 ปอนด์ จบฤดูกาล 2002 รูนีย์ได้รับรางวัลนักฟุตบอลคาวรุ่งยอดเยี่ยมและได้รับการยกย่องให้เป็นวันเดอร์คิดในวงการลูกหนัง

 



อ่านรีวิว
M88

อ่านรีวิว
m88-logo-png

อ่านรีวิว
M88

 

แต่ในฤดูกาลถัดมารูนีย์ก็ไม่สามารถสร้างผลงานอันโดดเด่นได้ อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บและมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับพฤติกรรมการไปเที่ยวสถานเริงรมย์ แต่อย่างไรก็ตามรูนีย์ก็ได้ถูกเรียกตัวให้ไปเล่นในทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น เกมแรกคือเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติออสเตรเลียในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2003 ต่อมาในเดือนกันยายน 2003 รูนีย์สามารถทำประตูในทีมชาติอังกฤษได้ด้วยวัยเพียง 17 ปีในเกมที่แข่งขันกับมาซิโดเนียและในการแข่งขันยูโร 2004 สเวน โกรัน เอริคส์สัน ได้เรียกตัวรูนีย์ไปเล่นให้กับทีมชาติที่โปรตุเกสร่วมกับรุ่นพี่อย่าง ไมเคิล โอเว่น รูนีย์สามารถสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมได้อีกครั้ง เขากลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญของทีม โดดเด่นเกินรุ่นพี่อย่างโอเว่นด้วยทักษะการเล่นที่ดุดัน แต่สุดท้ายทีมชาติอังกฤษก็ผิดหวัง เมื่อรูนีย์ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และทีมชาติอังกฤษก็พ่ายทีมชาติโปรตุเกสไปarticle-2315807-192F1D1F000005DC-879_634x547

ในขณะที่รูนีย์ได้รับบาดเจ็บนั้น มีสโมสรมากมายสนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม แต่ทางเอฟเวอร์ตันปฏิเสธไปทั้งหมด จนในที่สุดรูนีย์ได้ตกลงย้ายมาร่วมทีมกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2004 ด้วยค่าตัวที่สูงกว่า 27 ล้านปอนด์ รูนีย์ลงแข่งนัดแรกให้ทีมปีศาจแดงเมื่อพบกับทีมเฟเนร์บาห์เช่ และเขาก็สามารถทำประตูแฮตทริกได้ตั้งแต่นัดแรก ส่วนการแข่งในพรีเมียร์ลีกเขาสามารถทำประตูแรกให้ทีมเมื่อแข่งขันกับอาร์เซน่อล ส่งผลให้ปีศาจแดงชนะไป 2 ประตูต่อ 0 ต่อมาเมื่อกองหน้าของทีมอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย ได้ย้ายออกจากทีม ทำให้รูนีย์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เขาได้ผนึกกำลังกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และหลุยส์ ซาฮา จนกลายเป็นกองกำลังของปีศาจแดงที่น่ากลัว พวกเขาร่วมมือกันคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2007 และแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 3 สมัยในปี 2007 ถึง 2009

รูนีย์ได้แต่งงานกับ คอลีน แม็คลาฟลิน ปัจจุบันมีบุตร 2 คน คือ ไค รูนี่ย์ และเคลย์ รูนีย์ รูนีย์ได้รับค่าตัวในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นจำนวนเงินสัปดาห์ละ 180,000 ปอนด์ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นอังกฤษที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นกำลังสำคัญให้กับทั้งทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ

 




Back to Top ↑