ดาวเด่นฟุตบอลยูโร “มานูเอล เปเยกรินี่”

มานูเอล เปเยกรินี่ เป็นหนึ่งในโค้ชที่มากความสามารถในวงการลูกหนัง และนำพาทีมฟุตบอลหลายทีมประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ทั้งทีมสเปน อาร์เจนติน่า และทีมบ้านเกิดของเขาคือชิลี ซึ่งเขาได้ออกมาจากสโมสรบ้านเกิดมาควบคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนมิถุนายน 2013

มานูเอล มีชื่อเต็มว่า มานูเอล หลุยห์ เปเยกรินี่ เขาเกิดวันที่ 16 กันยายน ปี 1953 ที่เมืองซานดิเอโก ประเทศชิลี พ่อแม่ของเขาเป็นชาวอิตาเลียน มานูเอลได้เข้าศึกษาปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยพอนติซิคอล แคทอลิก ในซานติเอโก สมัยที่เขาเรียนระดับปริญญาตรีอยู่นั้น เขาได้สนใจมาเข้าร่วมทีมฟุตบอลกับสโมสรยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี แล้วมา140323I7R91380นูเอลก็ได้พัฒนาฝีเท้าจนสามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมเยาวชนและเข้าร่วมเป็นนักเตะในทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ ซึ่งเขาเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลางเป็นเวลา 13 ปี ตั้งแต่ปี 1973 – 1986 เขาไม่เคยย้ายทีมเลย เขาลงเล่นให้ทีมยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลีไปทั้งหมด 451 เกมและทำประตูไปได้ 1 ประตู นอกจากนี้เขายังลงเล่นให้กับทีมชาติชิลีไปทั้งหมด 28 เกมด้วย และในปี 1979 มานูเอลสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมโยธา เขาก็ได้ตัดสินใจเลิกอาชีพนักฟุตบอล แล้วผันตัวมาเป็นโค้ชทีมฟุตบอลแทน โดยมานูเอลได้รับฉายาว่า “วิศวกร” แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทั้งทางด้านวิชาการและวงการฟุตบอลของเขา

ในปี 1978 มานูเอลได้คุมทีมฟุตบอลอันคุ้นเคย นั่นคือสโมสรยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี นั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาได้มีโอกาสควบคุมทีมฟุตบอลในอเมริกาใต้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ด้วย อย่างไรก็ตามเขายังไม่สามารถสร้างผลงานในฐานะโค้ชได้ในฤดูกาลแรก แต่เขาก็สามารถสะสมประสบการณ์การควบคุมทีมนักเตะได้เป็ยอย่างดี จากนั้นในปี 1990 มานูเอลได้ย้ายมาควบคุมทีมฟุตบอลพาเลสติโน่ อีกทั้งยังเข้าควบคุมทีมชาติชิลี รุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี และต่อมาในปี 1991 เขาก็ได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติชิลีชุดใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในฐานะโค้ชได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

ต่อมาในปี 1992 มานูเอลได้ย้ายไปควบคุมทีมโอ ฮิกกินส์ และต่อมาในปี 1994 ถือว่าเป็นยุคทองของเขา เมื่อเขาได้ย้ายมาคุมสโมสรยูนิเวอร์ซิดัด คาโตลิก้า และสามารถนำทีมคว้าถ้วยรางวัลโคปปา อินเตอร์อเมริกาน่ามาได้ โดยมีสองนักเตะรุ่ยเยาว์ อัลเบอร์โต อะคอสตา และเนสตอร์ โกโรซิโต ร่วมพาทีมคว้าชัยชนะมาได้ และในฤดูกาลถัดมา การควบคุมทีมของมานูเอลก็สามารถนำทีมยูนิเวอร์ซิดัด คาโตลิก้าคว้าชัยชัยโคปา ชิลีมาได้สำเร็จ

ต่อมาในปี 1998 มานูเอลได้กลับมาคุมบังเหียนทีมพาเลสติโน่อีกครั้งเพียงแค่ฤดูกาลเดียว จากนั้นทีมแอลดียู ควิโตในประเทศเอกวาดอร์ก็ได้คว้าตัวมานูเอลไปเป็นโค้ชในปี 1999 ซึ่งเขาก็สามารถผลักดันทีมให้สามารถคว้าถ้วยรางวัลได้ทันทีในศึกแข่งขันแชมป์ลีก เอกวาดอร์ หลังจากนั้นในปี 2001 มานูเอลก็ได้ถูกทาบทามให้มาเป็นโค้ชในสโมสรซาน ลอเรนโซ และเขาก็ไม่ทำให้ทีมผิดหวัง เมื่อเขาสามารถพาซาน ลอเรนโซ ไปคว้าชัยชนะได้ถึง 2 รายการภายในปีแรกที่เขาเข้าคุมทีม นั่นคือ แชมป์ลีก อาร์เจนติน่า และแชมป์โคปปา เมอโคชัว

ในปี 2002 มานูเอลได้เป็นโค้17531news3647ชให้กับทีมริเวอร์เพลท และเขาก็สามารถนำทีมไปคว้าแชมป์ลีก อาร์เจนติน่าได้ในปี 2003 ต่อมาในปี 2004 เขาได้เข้าคุมให้กับทีมบียาเรอัล และอีกเช่นเคยทีเขาได้นำทีมไปคว้าแชมป์ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ คัพได้ภายในฤดูกาลแรกที่เขาเข้าไปเป็นโค้ช นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลมิเกล มูนยอซ โทรฟี่ ซึ่งเป็นรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีลาลีกาอีกด้วย จากประสบการณ์การควบคุมทีมฟุตบอลมากมายของมานูเอลและความสามารถในการผลักดันให้ทีมก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ในแมตช์การแข่งขันต่างๆ ทำให้มานูเอลเป็นโค้ชคนสำคัญที่กลายมาเป็นตำนานในการสร้างสโมสรเล็กๆ ให้กลายเป็นแชมป์ลีก

ปี 2009 มานูเอลได้เข้ามาคุมสโมสรเรอัล มาดริด และเขาได้สร้างสถิติใหม่ให้แก่สโมสร โดยการสะสมคะแนนได้มากถึง 90 คะแนนในฤดูกาลเดียว เขาสร้างผลงานในเรอัล มาดริดได้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าโค้ชใดๆ และนำพาทีมไปครองแชมป์ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนได้ถึง 9 ครั้ง ด้วยผลงานอันน่าทึ่งที่มานูเอลได้สร้างไว้ เขาได้กลายเป็นโค้ชที่มีผู้ต้องการตัวมากที่สุด จนในที่สุดเขาได้มาควบคุมทีมมาลาก้าในปี 2010 ก่อนที่จะย้ายมาควบคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปัจจุบัน


About the Author

เมย์ สปอร์ตกูรูที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกทางด้านกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ซึ่งถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่ด้วยความชื่นชอบเป็นพิเศษ ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มตัว จากแฟนบอลกลายเป็นเซียนกีฬา และปัจจุบันนี้เมย์เป็นหนึ่งในนักเขียนหลักของเราที่มีความสามารถ และความพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวบนโลกกีฬา ให้คุณได้รับรู้มุมมองที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน




Back to Top ↑